กลอุบาย : นโยบายเศรษฐกิจ?

กลอุบาย : นโยบายเศรษฐกิจ?

กลอุบาย : นโยบายเศรษฐกิจ?

            เห็นหน้าค่าตากันหมดแล้ว สำหรับ “ครม.ลุงตู่ 5” กับ 18 เก้าอี้…ที่มีการปรับเปลี่ยน…ใครเป็นใคร? ใครเข้าใหม่? และใครโดนปรับออกไป? รู้กันหมดแล้ว “ทีมข่าวเศรษฐกิจ” สำนักข่าว ThaiBCCnews คงไม่ต้องลงลึกในรายละเอียดอะไรกันอีก

            แต่ที่ต้องหยิบเรื่องนี้…มาวิเคราะห์ นั่นเพราะ ครม.ชุดใหม่นี้ จะมีผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ในฐานะ “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” คาดหวังจะเร่งผลักดันอย่างแรงในห้วง 1 ปีที่เหลือ ก่อนถึงกำหนดการเปิดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ปลายปีหน้า

หลายคนอาจสงสัย? ทั้งที่นโยบายเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญ และส่งผลต่อปัญหาปากท้องของคนในชาติ เหตุใด…กว่า 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล คสช. จึงไม่ได้ให้น้ำหนักความสำคัญในเรื่องนี้มากนัก แต่จะมามุ่งเน้นเอาในช่วงโค้งสุดท้าย เหมือนกับจะ “ทิ้งทวน” และ “ทุ่มเท” ให้คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้า…กันในปี 2561 ท่ามกลาง 6 คำถามใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ และสารพัดข่าวลือ ถึง “พรรคเครือข่ายทหาร” ที่มีการจัดตั้งกันไว้ หวังรองรับการเมืองสมัยหน้า

            “ทีมข่าวเศรษฐกิจ” เห็นต่างไปจากมุมมองและทัศนคติของ “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” รัฐบาล คสช. ที่ประกาศทุ่มเงินงบประมาณจำนวนมหาศาล อัดใส่กลุ่มทุนขนาดใหญ่ ในช่วง 3 ปีแรกของรัฐบาลชุดนี้ โดยหลงลืมและละเลยที่จะช่วยเหลืออย่างจริงจังแก่…ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี รวมถึงเกษตรกรชาวไร่ ชาวสวนและชาวนา

            กับแนวคิดว่า…หากรายใหญ่เข้มแข็ง ก็จะมีการขยายกิจการ และทำให้เกิดการจ้างงานแก่ผู้ใช้แรงงานไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะทำให้แรงงานไทยมีกำลังซื้อสูงขึ้น และสามารถจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าและบริการผ่านพ่อค้าแม่ขายมากขึ้น สุดท้ายปลายทางของผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์จาก “ห่วงโซ่ธุรกิจ” นี้ ก็คือ เกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวนและชาวนา รวมถึงทางการไทย อย่างกรมภาษีทั้ง 3 แห่ง คือ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และกรมสรรพากร…สามารถจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น

สิ่งนี้พิสูจน์ให้ได้เห็นกันแล้วว่า…มุมมองของ นายสมคิด และรัฐบาล คสช. ที่คิดและดำเนินการมาตลอดเวลาในลักษณะของการเทเงินใส่จาก “บนลงล่าง” นั้น เกิดความผิดพลาดอย่างมหันต์! เพราะเอาเข้าจริง! เมื่อเอกชนรายใหญ่เข้มแข็ง พวกเขากลับไม่ขยายกิจการ ไม่สร้างงาน และหากไม่แช่แข็งกำไรและเม็ดเงินที่มี พวกเขาก็นำเอาไปลงทุนในต่างแดน ซึ่งไม่ก่อประโยชน์ใดๆ ต่อระบบเศรษฐกิจและการจ้างงานในเมืองไทย?

            มาวันนี้…นายสมคิด และรัฐบาล คสช. แค่นจะมารุกนโยบายช่วยเหลือเอสเอ็มอี เกษตรกร รวมถึงประชาชนคนรากหญ้า กันในช่วงเวลาที่เหลือเพียงปีเศษนั้น ผลสัมฤทธิ์ที่จะมีตามมา…ยังจะหวังผลกันได้มากแค่ไหน?

            หรือสิ่งนี้…เป็นเพียงการ “ต่อท่อ” ให้กับเอกชนรายใหญ่ ที่ลงขันสร้างธุรกิจ ซึ่งดูผิวเผินเป็นเสมือน “องค์กร/หน่วยงานรัฐ” อย่าง…ร้านธงฟ้าประชารัฐ ทั้งนี้…ก็เพื่อหวังจะสูบเม็ดเงินออกจากกระเป๋าประชาชน ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ “ล่างขึ้นบน” ในรอบนี้

            หรือไม่…ก็เป็นเพียง “กลอุบาย” ในทางการเมือง รองรับพรรคการเมืองใหม่…พรรคนั้น!

 

 “ทีมข่าวเศรษฐกิจ”

สำนักข่าว ThaiBCCnews

 

You may also like

แบงก์ชาติ-ส.ธนาคารไทยแจงกรณี “แอปดูดเงิน”

แบงก์ชาต