การแกัไขรัฐธรรมนูญไม่ใช้ “มธุรสวาจา”   มันก็ยื้ดเยื้อยุ่งเหยิงเป็นธรรมดา??

การแกัไขรัฐธรรมนูญไม่ใช้ “มธุรสวาจา”   มันก็ยื้ดเยื้อยุ่งเหยิงเป็นธรรมดา??

การแกัไขรัฐธรรมนูญไม่ใช้ "มธุรสวาจา"   มันก็ยื้ดเยื้อยุ่งเหยิงเป็นธรรมดา??

นายจักรยาน

          ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 จะสำเร็จหรือไม่นั้น  เคยมีผู้กล่าวไว้ว่าจะต้องใช้ "มธุรสวาจา" ระหว่างกันระหว่างกลุ่มผู้ต้องการแก้ไขกับกลุ่มที่คัดค้่านการแก้ไข

            ซึ่งอันเป็นความเห็นต่างอันสวยงามของ "ประชาธิปไตย" ที่แต่ละกลุ่มรวมทั้ง "ม็อบ" ที่ออกมาเย้ว ๆ อ้างอิงคำว่า "ประชาธิปไตย"ตลอดเวลา

            โดยเฉพาะเสียงของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ในรัฐธรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในขณะนี้ได้ระบุมว่าจะต้องมีเสียงของ ส.ว. 1 ใน 3 คือ 84 เสียงขึ้นไปเห็นควรด้วย จึงแก้ไขได้!!

            ช่วงก่อนที่ญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ร่วมกันระหว่าง ส.ส.กับ ส.ว.  ประชาชนทุกคนคงได้ฟังได้รับรู้มาว่่ามีกลุ่มที่ต้องการแก้ไขใจจะขาดโจมตีเหยียดหยามเสียดสี ส.ว. ด้วยถ้อยคำดุเดือด  ไม่มีคำไหนที่เป็น "มธุรสวาจา" เลย

            และในที่ประชุมรัฐสภา  ส.ส.ฝ่ายค้านบางพรรคก็กล่าวถ้อยคำที่ไม่ระรื่นรูหูต่อบรรดา ส.ว.ที่ร่วมประชุมด้วย  ไม่มี "มธุรสวาจา" ที่ขอความร่วมมือในการช่วยกันแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาให้เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่มีปัญหา

            ดูเหมือนว่าการถกแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ราบรื่น  กลายเป็นเวทีให้ "ฝ่ายค้าน" รุมด่า ส.ว.กันสนุกสนานปาก ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า "ฝ่ายค้าน" ไม่จริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ  แต่จริงใจในการผรุสวาทวาจาด่า "ส.ว."มากกว่า??

            ด้วยเหตุฉะนี้ผู้สันทัดกรณีเรื่องยุ่ง ๆ ทางการเมืองฟังคำอภิปรายในรัฐสภา 2 วันยังไม่จบดี ก็ฟังธงในใจเอาไว้ว่า คงไม่มีเสียง ส.ว. ครบ 84 เสียงให้ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ผ่านแน่!!

            แต่การเมืองก็คือ "เกม" ที่ต้องเล่นชักคะเย่อกันระหว่าง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว.ส่วนใหญ่ กับ ส.ส.ฝ่ายค้าน ซึ่งวิปรัฐบาลและวิป ส.ว. จับมือกันเล่นเกม

            ผลปรากฏว่า "เกมแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ของฝ่ายรัฐบาลกับ ส.ว.ชนะ "ฝ่ายค้าน" ซึ่งก็เป็นไปตามกติกาของเกมประชาธิปไตยในเวทีรัฐสภา!!

            โดยให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญขึ้นมาศึกษาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 30 วันก่อนรับหลักการ แต่ "ฝ่ายค้าน" บอยคอตไม่ส่งใครเข้ามาร่วมเป็น กมธ. วิสามัญ ฯ สอดคล้องกับเสียงวิเคราะห์ว่า "ฝ่ายค้าน" ไม่จริงใจการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

            ทว่า "เกมรัฐธรรมนูญ" ครั้งนี้  "ม็อบ" เอาแต่รุมถล่มรัฐบาลและ ส.ว. แต่ไม่ "ด่า" พรรคฝ่ายค้านที่เล่นเกมพลาด ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยื้อเวลาออกไปอีก 30 วัน!!

            สำหรับ "เกม" ของวิปรัฐบาลและวิป ส.ว. มีการยกเหตุผลพอฟังขึ้นว่าการตั้ง กมธ.วิสามัญ ฯ ขึ้นมา เพื่อไม่ต้องการให้ญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องตกไป เพราะแนวโน้ม ส.ว.ที่่ถูกเยาะเย้ยแดกดันศักดิ์ศรีคงยกมือไม่ถึง 84 เสียงแน่

            ถ้าญัตติแกัไขรัฐธรรมนูญตกไป  ก็จะมีการโหมไฟการเมืองให้รุนแรงขึ้นมาได้  เพียงแค่ชะลอให้อีก 30 วันเพื่อศึกษาดี ๆ ว่าสมควรแกัไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีไหน??

            แต่ก็มีกลุ่มที่่ไม่พอใจทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านและม็อบประโคมโฆษณาว่าเดือนตุลาคม 2563 จะเป็นปีตุลาอาถรรมพณ์อีกแน่  เพราะจะมีประชาชนผู้ที่ไม่เห็นด้วยจะออกมาประท้วงมากกว่า 14 ตุลาคม 2516!!

            ซึ่งจะเป็นจริงตามคำโม้หรือไม่  ก็คงต้องรอให้ถึงวันชุมนุมของม็อบ!!

            อ๊ะ อ๊ะ จะเป็นผลสะเทือนที่พรรคแกนนำฝ่ายค้านพ่ายเกมแก้รัฐธรรมนูญในรัฐสภาหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้  ทำให้ "เสี่ยสมพงษ์  อมรวิวัฒน์" หัวหน้าพรรคเพื่อไทยลาออก  และ "คุณหญิงหน่อย" สุดารัตน์ เกรายุพันธ์ บ๋ายบายจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค

            แกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนออกมาประสานเสียงว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้แพแตก  แต่เป็นการจัดแพใหม่ให้เข้มแข็งกว่าเดิม  ก็ว่ากันไปตามสบายคงไม่มีใครว่าอะไร นอกจากวิเคราะห์เจาะลึกกันหลายแง่หลายมุมว่าเกิดจากปัญหาอะไร

            หรือเป็นคำสั่งจากคนแดนไกลเจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริงที่ต้องปรับทัพใหม่  ให้เป็นแกนนำ"ฝ่ายค้าน" ไม่ให้เสียศักดิ์ศรีของแกนนำ ไม่ใช่เป็นแกนตามพรรคฝ่ายค้านบางพรรค

            สำหรับหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่จะได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ของพรรคจะเป็น "คนเก่าหน้าเดิม" หรืฮ "คนใหม่แต่หน้าเก่า" วันนี้อาจยังไม่ชัด  อีกไม่นานเกินรอก็คงจะชัดว่าใครจะมาเป็นหัวหน้า

            แต่ที่แน่ ๆ ต้องได้รับอนุมัติเห็นชอบจาก "คนแดนไกล"  ล้านเปอร์เซ็นต์!!

            ในช่วงปิดสมัยประชุมตลอดทั้งเดือนตุลาคม 2563  กมธ.วิสามัญศึกษาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้เวลา 30 วันพอดีในการที่จะตกลงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูย (ส.ส.ร.) หรือแก้ไขทีละมาตราที่มีปัญหา!!

            เปิดประชุมสภา ฯ เดือนพฤศจิกายน 2563 ก็จะนำมติของ กมธ.วิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาเป็นวาระแรกที่ไม่สามายื้อต่อไปได้อีก

            เรา ๆ ท่าน ๆ ก็ต้องติดตามดูว่ามติเห็นชอบของ กมธ.วิสามัญ ฯ จะทำให้มีการปลุกระดมของ "ม็อบ" และ "ฝ่ายค้าน" อีกหรือไม่??

            เมื่อ "รัฐธรรมนูญปี 60" ได้มีการล็อกกุญแจให้การแก้ไขยากเย็นแสนเข็ญ  จึงเป็นธรรมดาที่การเดินหน้าแกไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ก็ต้องมีความยากไปด้่วยเช่นกันอย่างนี้แหละท่านที่เคารพ

            ที่สำคัญก็คือ "ประชาขน" คนทั้งประเทศจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ตามที่ท่านผู้ทรงเกียรติ ส.ส.และ ส.ว.ได้ออกแบบมา

            เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ขีดเส้นใต้ว่าต้องทำ "ประชามติ" ว่าเห็นควรหรือไม่  ถ้าประชาชนมีมติออกมาแล้วทุกฝ่ายต้องยอมรับในเสียงของประชาชนตามกฎกติกาของประชาธิปไตย

          ถ้าฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับเสียงประชามติ  ออกมาหาเรื่องปลุกระดมให้วุ่นวายอีกก็มิใช่ "ประชาธิปไตย" ที่้พวกตนประกาศอยู่ทุกลมหายใจ

          ถ้าไม่เคารพเสียงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ  เขาเรียกว่า "ประชาธิปกู" นะจะบอกให้!!

 

You may also like

คปภ. เร่งช่วยด้านประกันภัยเหตุเสียชีวิต 3บาดเจ็บกว่า 50 จากท่อส่งก๊าซระเบิด

คปภ. เร่