ความเคลื่อนไหว ปรับ ครม. เกมที่ “เป็นต่อ” ของ คสช.?

ความเคลื่อนไหว ปรับ ครม. เกมที่ “เป็นต่อ” ของ คสช.?

 

        ความเคลื่อนไหว ปรับ ครม.

      เกมที่ “เป็นต่อ” ของ คสช.?

นับตั้งแต่ พ.ร.บ.พรรคการเมืองได้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายเมื่อต้นเดือนตุลาคม 60 ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ก็เป็นบรรยากาศที่บรรดาพรรคการเมืองรุ่นเก๋าต่างก็ออกมาประสานเสียงให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช.ปลดล็อกการเมืองให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ให้ทันตามระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนด

ซึ่งการประสานเสียงกดดันให้ คสช.ปลดล็อกการเมือง ก็ถือโอกาสจังหวะดังกล่าวดิสเครดิตรัฐบาล “บิ๊กตู่” ประชดประชันอย่างหนักหน่วงตามถนัดปากที่ถาวร!!

“บิ๊กตู่” ของเราๆ ท่านๆ มองว่าเป็นการพูดให้เกิดความขัดแย้ง ชวนให้เกิดวิวาททางการเมืองจนบ้านเมืองวุ่นวาย จึงยังไม่ปลดล็อกตามเสียงเรียกร้อง อ้างเหตุไขกุญแจล็อกเมื่อไหร่บ้านเมืองอาจจะไม่สงบได้

จากนั้น “บิ๊กตู่” ก็ได้สร้างความเคลื่อนไหวทางการเมืองให้มาอยู่ที่ 6 คำถามที่บอกเน้นย้ำว่าต้องการถามประชาชน ไม่ใช่ถามนักการมือง!!

ก็เป็นไปตามคาดว่า “บิ๊กตู่” โดนถล่มเละจาก 6 คำถาม ซึ่งแต่ละข้อของคำถาม มีนัยยะที่ประสงค์จะต่อท่ออำนาจเพื่อที่จะได้อ้างความเห็นของประชาชนทั้งประเทศ จากคำถามที่ว่าคสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองใด เป็นสิทธิ์หรือไม่??

ไม่ว่าจะมีประชาชนมาตอบคำถามเอง หรือเขาว่าถูกเกณฑ์มาก็ตาม แต่ทว่าทุกฝ่ายได้สรุปทั้ง 6 คำถามตรงกันล่วงหน้าว่า คสช. ตั้งพรรคการเมืองแน่นอน แต่หัวหน้าพรรคของ คสช.เป็นพลเรือน ไม่ใช่ทหาร!!

ณ วันนี้ประเด็น 6 คำถามซาๆ ลงไป เพราะ “บิ๊กตู่” ไม่ได้ตอบโต้ใดๆ เพียงแต่บอกว่าตนเองไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ไม่ใช่ต้องการสร้างความขัดแย้งอะไร นักการเมืองที่จะหาช่องโจมตีโต้กลับก็เลยไม่มีอะไรจะขยายความให้มีเรื่อง

จากนั้นความเคลื่อนไหวทางการเมืองได้พุ่งมาที่ “ปรับ ครม.” โดยมีกระแสข่าวหลายโผออกมาว่าใครจะหลุด ใครจะถูกโยกเก้าอี้ ใครจะเป็นผู้ที่เข้ามาใหม่

ปรากฏว่าโผปรับ ครม.แต่ละโผรายชื่อตำแหน่งสำคัญไม่ตรงกันนัก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของกระแสลือของการปรับ ครม.ทุกครั้งที่ผ่านมาไม่ว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลที่มาด้วยวิธีพิเศษของ คสช.

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่องปรับ ครม.พูดกันแซ่ดในสารพัดโผได้เพียงหนึ่งอาทิตย์ “บิ๊กตู่” ก็จบข่าวลือด้วยการยันจากปากตนเองว่า “บิ๊กป้อม” พี่ใหญ่ของบูรพาพยัคฆ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังนั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีและควบ รมว.กระทรวงกลาโหมเหมือนเดิม

“บิ๊กป๊อก” พี่กลางแห่ง 3 ป. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เหนียวแน่นในเก้าอี้ รมว.กระทรวงมหาดไทยเช่นเดิม!!

สำหรับตัว “บิ๊กตู่” เองก็ต้องดูแลทุกกระทรวงไม่เปลี่ยนแปลง ตามสไตล์นายกรัฐมนตรีเมืองไทย ต้องรู้ทุกเรื่อง รู้ทุกกระทรวง!!

ส่วน “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่ข่าวลือหนารูหูว่าจะไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีใน ครม.ชุดใหม่ ก็จบข่าวเช่นกัน เพราะ “บิ๊กตู่” ย้ำหนักแน่น ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แต่เป็น ผบ.ตร.ตามเดิม

แต่ข่าวลือก็คือข่าวลือ ก็คงมีการลือออกมาเป็นระยะๆ ว่า ใครจะมา ใครจะไป คนของใคร ให้ประชาชนได้ทายปัญหากัน

ภายในเดือนธันวาคมนี้ตามที่ “บิ๊กตู่” บอกใบ้มาว่าการปรับ ครม.จะเผยโฉมออกมาให้เห็นหน้าว่าใครเป็นใคร ณ วันนี้เราๆ ท่านๆ ก็ต้องลุ้นกันอีกไม่นานเกินรอว่าข่าวลือสำนักไหนหน้าแตกหรือหน้ายิ้ม!!

ครม.ที่ปรับใหม่ก็ต้องมีผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยตามเสรีภาพทางความคิดของแต่ละคน โดยเฉพาะนักการเมืองจะต้องออกมาโจมตีรัฐมนตรีใหม่บางคนอย่างแน่นอน!!

ไม่ว่าใครจะพอใจหรือไม่พอใจ ก็ว่ากันไป แต่ที่แน่ๆ “บิ๊กตู่” พอใจซะอย่าง เพราะคนปรับเอง!!

เมื่อจบข่าวปรับ ครม.เสร็จสิ้นลง ความเคลื่อนไหวทางการเมืองจะมีอะไรต่อไป ก็อยู่ที่นักการเมือง กับคสช.จะเล่นเกมชักคะเย่อระหว่างกัน??

เชื่อเหอะ เกมการเมืองที่จะเคลื่อนไหวไปแต่ละวันนั้น  คสช.จะ “เป็นต่อ” นักการเมือง 99.99%

ดังนั้น หลังจากที่มี ครม.ใหม่เรียบร้อยแล้ว ขอให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนติดตามเกมการเมืองอย่าได้กะพริบตา??

เพราะตาทั้ง 2 ข้างจะได้เห็นความเคลื่อนไหวอะไรดีๆ เกิดขึ้นมาช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561!!

                                                                                    นายจักรยาน

 

You may also like

“ดร.มนพร”หนุนเครือข่ายภาคประชาชน เปิดอบรมเครือข่ายอาสาวารี รุ่นที่ 44 นครพนม บูรณาการความปลอดภัยทางน้ำ สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม

“ดร.มนพร