ค่าโง่ 3 หมื่นล.รอบใหม่จากเวทีอนุญาโตฯ

ค่าโง่ 3 หมื่นล.รอบใหม่จากเวทีอนุญาโตฯ

 

ค่าโง่ 3 หมื่นล.รอบใหม่จากเวทีอนุญาโตฯ

 “ค่าโง่” รอบใหม่ นับอีกหลายหมื่นล้าน! ที่รัฐบาลไทยอาจต้องจ่ายให้กับคู่กรณีต่างชาติ จะเกิดขึ้นหรือไม่? คนไทยยังคงต้องลุ้นกันต่อ เพราะแม้ทางการไทย จะส่ง นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมทีมงานจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด ฯลฯ ไปร่วมอยู่ในคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาท ระหว่างไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ต ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ผู้ถือประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำ จังหวัดพิจิตร และเพชรบูรณ์ เพื่อหวังหาข้อยุติกันในระดับนี้

            แต่ดูเหมือนสิ่งนี้ คงยากจะหาข้อยุติในทางสร้างสรรค์ได้ นั่นก็หมายความว่า…ทุกอย่างจะไปลงเอยกันในเวทีอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศต่อไป

            ฟังน้ำเสียงจากฝั่งไทย ที่นายพสุ ออกมาให้ข่าวทำนอง…รัฐบาลไทยหวังเจรจากับทางฝ่ายคิงส์เกตฯมากกว่าที่นำเรื่องพิพาทนี้ ไปเข้าสู่กระบวนอนุญาโตตุลาการ อันเป็นผลต่อเนื่องจากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ประกาศใช้มาตรา 44 ด้วยการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 72/2559 เรื่องการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ พร้อมกับให้ระงับการอนุญาตให้สำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 และทำให้เหมืองทองอัคราต้องหยุดดำเนินการในทันทีนับจากวันนั้นจนถึงตอนนี้

แต่จากแถลงการณ์ของนายรอส สมิธ-เคิร์ก ประธานคณะกรรมการบริหาร กลุ่มคิงส์เกตฯ ที่ได้ทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ของออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 2 พ.ย.นั้น ชัดเจนว่า…ทางการไทยคงต้องเหนื่อยและมีแนวโน้มต้องจ่ายเงินชดเชยค่าความเสียหาย หรือที่บางคนเรียกว่าเป็น “ค่าโง่” ให้กับคู่กรณี เนื่องจากแถลงการณ์นี้ยืนยันว่า…

“หลังจากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว บริษัทไม่สามารถหาข้อยุติในการเรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีเหมืองแร่ทองคำชาตรีถูกสั่งระงับการประกอบกิจการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น บริษัทจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการกับไทยภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย เพื่อเรียกร้องให้มีการชดเชยค่าเสียหายอันมหาศาลที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และเกิดขึ้นต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน อันเกิดจากมาตรการของรัฐบาลไทยต่อไป”

วงการทูตและวงการการค้าระหว่างประเทศ ต่างรู้ดีว่า…รอบนี้ รัฐบาลไทยต้องจ่ายเต็มๆ เป็นค่าชดเชยความเสียหายแก่กลุ่มคิงส์เกตฯ เบาะๆ ก็ไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน เงินที่จ่ายไปนี้…ล้วนเป็นเงินภาษีของประชาชนคนไทยทั้งสิ้น 

“ทีมข่าวเศรษฐกิจ” สำนักข่าว ThaiBCCnews ไม่เชื่อว่า…เม็ดเงินมากมายขนาดนี้ จะไม่ต้องมี “คนรับผิดชอบ” อย่างที่ใครบางคน? เคยประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้…

            เพียงแต่ว่า…สังคมไทยอาจต้องรอรอบเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาบ้างพอสมควร แต่เมื่อ…สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดผ่านมาถึงเมื่อไหร่? สถานการณ์ “ไล่บี้” และ “เอาผิด” กับบางคนที่ทำความเสียหายให้กับบ้านเมือง จะต้องเกิดขึ้นอย่างมิต้องสงสัย?

 

“ทีมข่าวเศรษฐกิจ” สำนักข่าว ThaiBCCnews

You may also like

Massey University  จากนิวซีแลนด์จับมือ ก.ศึกษาฯไทย แลกเปลี่ยน-แบ่งปันความรู้สู่ระดับโลก

Massey U