จุดประกายแพทย์แผนไทย สุขภาพมั่นคง เศรษฐกิจมั่งคั่ง

จุดประกายแพทย์แผนไทย สุขภาพมั่นคง เศรษฐกิจมั่งคั่ง

จุดประกายแพทย์แผนไทย สุขภาพมั่นคง เศรษฐกิจมั่งคั่ง

          อีกไม่นานเกินรอ!จะมีงานใหญ่ในแวดวงการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย นั่นก็คือ งานมหกรรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้าน ปีที่ 12 ภาคกลางและภาคตะวันออก “ 24 ภูมิปัญญา ภูมิใจความเป็นไทย ก้าวไกลสู่สากล”ในวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่องค์การส่งเสริมกิจการ โคนมแห่งประเทศไทยหรือ อ.ส.ค.ที่อำดเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

          ปีที่ 12 แสดงว่าจัดมาแล้ว 11 ปี!!

            โดยงานนี้ ตามชื่อที่เอ่ยมานั้น ดูจะเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือแพทย์แผนไทย ซึ่งก็ถือวิชาแพทย์ ที่ต้องร่ำเรียนตามตำรับตำรา ไม่ต่างกับแพทย์แผนปัจจุบันทั่วไป ส่วนที่สองคือการแพทย์พื้นบ้าน ซึ่งส่วนนี้ต้องถือว่าเป็นภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดกันมาจากปู่ย่าตาบายมาถึงลูกหลาน จากรุ่นสู่รุ่น อาจจะมีหรือไม่มีการบันทึกเป็นตำรับตำราก็ได้

            แต่ที่แน่ๆไม่มีสอนในสถาบันการแพทย์ไหนทั้งสิ้น!

          เป็นหนึ่งใน “อันซีน”ไทยแลนด์ก็ว่าได้

            ซึ่งที่มาที่ไปของการจัดงานนี้ นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐศิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยว่า เป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลที่มุ่งหวังยกระดับการพัฒนา และส่งเสริม สนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย เพื่อก่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองในระบบสุขภาพ เป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพอีกด้วย

            นั่นหมายถึงได้ทั้งเรื่องสุขภาพ ได้ทั้งการกระตุ้นจีดีพี เรียกว่า งานนี้ยิงปืนนัดเดียว ได้นกมาทั้งฝูงเลยทีเดียว!!

            ท่านอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เป้าประสงค์ใหญ่อีกก็คือส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรทดแทนพืชเศรษฐกิจเดิม ให้เป็นสินค้านวัตกรรม ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ อันจะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการในประเทศเป็นอย่างดี

            ที่สำคัญก็คือ ภายในปี 2562-2565 กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยฯนี้ ได้ตั้งเป้าหมาย ให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์แผนไทยอย่างน้อยๆต้อง 20%ขึ้นไป

            จากนั้นท่านอธิบดีฯก็ได้เปิดใจถึงการจัดงานมหกรรมแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านนี้ว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นหัวเรือใหญ่ในการดำเนินโครงการ พร้อมกับความร่วมมืออย่างดีในระหว่างภาคีเครือข่าย ทั้งนายทะเบียนจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด บุคคลากรทางการแพทย์ สถานบริการสุขภาพ องค์กรระดับท้องถิ่น ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ไปจนถึงภาคเอกชน ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการจัดงานด้านวิชาการ และนิทรรศการ

            “มุ่งเน้นส่งเสริมการพัฒนาเครือข่าย ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านไทย และการแพทย์ทางเลือก ในระดับภาค อันจะนำไปสู่เป้าหมายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข คือ ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน และเป็นไปตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ร่างกายแข็งแรง ทำเศรษฐกิจเข้มแข็ง”

            สำหรับครั้งนี้ที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งได้เล็งเห็นว่าเป็นเมืองแห่งสมุนไพร และมีความพร้อมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อเป็นการสนับสุนนการใช้ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและสมุนไพร เพื่อเป็นการพึ่งพาตนเองในระบบสุขภาพ สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

            จากท่านอธิบดีฯมาถึงเจ้าภาพงานครั้งนี้ นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี ได้กล่าวถึงรูปแบบการจัดงานปีที่ 12 นี้ว่า จะอยู่ภายใต้หัวข้อ “24 ภูมิปัญญา ภูมิใจความเป็นไทย ก้าวไกลสู่สากล” มุ่งเน้นให้มีการนำภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย 24 จังหวัดภาคีเครือข่าย ภาคกลาง และภาคตะวันออก มาพร้อมกับงานวิจัยและนวัตกรรมการแพทย์แผนไทย

            ทั้งเปิดเผยถึงกิจกรรมที่จะมีในงานครั้งนี้ จะมีบูธหัตถการแพทย์แผนไทยการแพทย์แผนจีน บูธวิชาการนวัตกรรม ภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทย 24 จังหวัด ภาคกลางและภาคตะวันออก บูธแสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง อาหารสมุนไพรและอาการเพื่อสุขภาพ นิทรรศการโครงการศาสตร์พระราชา ไปจนถึงการเสวนา กัญชาทางการแพทย์แผนไทย,พรบ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร,โครงการพระราชดำริโดย กอ.รมน.จังหวัดสระบุรี

            ทั้งหมดนี้ น่าจะสร้างประโยชน์และความตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย!พร้อมกับยืนยันว่า ผู้ที่เดินทางมาชมงานนี้ ไม่ว่าจะมาจากจังหวัดไหนในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ …ไม่ผิดหวังแน่นอน!!

            และนี่-เป็นเพียงหนึ่งในกิจกรรม ที่จะเดินหน้าสร้างแพทย์แผนไทยให้ได้รับการยอมรับทั้งในและนอกประเทศ ภายใต้ความมุ่งมั่น สุขภาพแข็งแรง เศรษฐกิจเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

 

You may also like

การแกัไขรัฐธรรมนูญไม่ใช้ “มธุรสวาจา”   มันก็ยื้ดเยื้อยุ่งเหยิงเป็นธรรมดา??

การแกัไข