ชี้นักลงทุนในอาเซียนยุคโควิด เน้นสุขภาพการเงิน-การออมมากขึ้น

ชี้นักลงทุนในอาเซียนยุคโควิด เน้นสุขภาพการเงิน-การออมมากขึ้น

ชี้นักลงทุนในอาเซียนยุคโควิด

เน้นสุขภาพการเงิน-การออมมากขึ้น

                  ผลการศึกษา Schroders Global Investor Study 2021 ชี้นักลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความสำคัญกับสุขภาพทางการเงินและการออมมากขึ้น อันเป็นผลพวงอันเกิดจากวิกฤติการณ์โควิด-19   ในการศึกษาระดับโลกนี้ ทำการสำรวจความคิดเห็นนักลงทุนราว 24,000 คนใน 33 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลก รวมถึงสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย พบว่านักลงทุนส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการคิดเรื่องสุขภาพทางการเงิน และการจัดระเบียบการเงินส่วนบุคคคลของพวกเขาใหม่อันเนื่องมาจากโควิด-19

                ทั้งนี้ นักลงทุนในประเทศไทย (91%) อินโดนีเซีย (88%) และอินเดีย (88%) ให้ความสำคัญกับการใส่ใจสุขภาพทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนนักลงทุนในมาเลเซีย (85%) และสิงคโปร์ (81%) ก็มีแนวโน้มในพฤติกรรมดังกล่าวในอันดับต้นๆ เช่นกัน

                ปัจจุบันนักลงทุนทั่วโลก (86%) มีแนวโน้มที่จะตรวจสอบพอร์ตการลงทุนของตนอย่างน้อยเดือนละครั้ง เมื่อเทียบกับ 77% ในปี 2562

                นอกจากนี้ มากกว่าครึ่งของนักลงทุนในอาเซียน (52%) ยังมีแนวโน้มที่จะออมเงินมากขึ้นเมื่อสถานการณ์โควิด-19 กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งโลกที่อยู่ที่ 46% 

                การสำรวจดังกล่าว จัดทำขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมที่ผ่านมา* ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในระหว่างการล็อคดาวน์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาหลายรอบ รวมไปถึงการฉีดวัคซีนที่เป็นไปอย่างล่าช้า ผลการสำรวจจึงสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ระมัดระวังยิ่งขึ้นของนักลงทุนในภูมิภาค

เพิ่มความระมัดระวังในการวางแผนเกษียณและการออม

                แนวทางการลงทุนอย่างระมัดระวังสะท้อนผ่านมุมมองการลงทุนเพื่อการเกษียณของนักลงทุน โดย 65%  ของผู้ที่เกษียณอายุแล้วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินมากขึ้น (เทียบกับนักลงทุนวัยเกษียณทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ 58%) ในขณะที่ 75% ของผู้ที่ยังไม่ถึงวัยเกษียณต้องการเก็บออมเงินเพื่อใช้ในการเกษียณเพิ่มขึ้น (เทียบกับนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ 67%)

                ในช่วงปี 2564 เกือบ 1 ใน 3 (32%) ของนักลงทุนทั่วโลกสามารถเก็บออมเงินได้มากกว่าที่วางแผนไว้ ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี 26% ที่สามารถออมได้มากกว่าที่วางแผนไว้ ส่วนอีก 56% ออมเงินได้ตามแผน อันเป็นผลพวงจากการลดการจับจ่ายในสินค้าที่ไม่จำเป็น เช่น การรับประทานอาหารนอกบ้าน การเดินทางท่องเที่ยวและพักผ่อน

                สำหรับนักลงทุนที่ไม่สามารถออมได้ตามแผนนั้น พบว่า 46% ของนักลงทุนทั่วโลก (57% ในอาเซียน) ระบุว่าปัจจัยหลักมาจากเงินเดือนหรือรายได้จากการทำงานที่ลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่สุดจากภาวะโรคระบาดในครั้งนี้

ที่มาของมุมมองเชิงบวก

                แม้ว่าจะเป็นปีที่มีความท้าทายอย่างมาก แต่นักลงทุนส่วนใหญ่มีความคาดหวังต่อผลตอบแทนในอนาคตที่สูงขึ้นที่สุดนับตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจในปี 2559 โดยนักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 11.3% ในช่วงเวลา 5 ปีนับจากนี้ ซึ่งสูงกว่าการสำรวจในปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดหวังที่ 10.9%

                ความเชื่อมั่นที่สูงขึ้นนี้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันจากการศึกษา Institutional Investor Study  ของ Schroders เช่นเดียวกัน

                นักลงทุนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มที่มีมุมมองในแง่ดีต่อผลตอบแทนในอนาคตมากที่สุด โดยคาดหวังผลตอบแทนรวมต่อปีสูงถึง 12.8% ในช่วง 5 ปีนับจากนี้ รองลงมาคือนักลงทุนในอเมริกา (12.5%) ภูมิภาคอื่นๆ ในเอเชีย (12.3%) ขณะที่นักลงทุนในยุโรปมีมุมมองที่ค่อนข้างระมัดระวังโดยคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 9.7%

                ทั้งนี้ นักลงทุนที่ระบุว่าตนเองเป็นนักลงทุนที่เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์สูงคาดหวังผลตอบแทน 12.8% ในขณะที่นักลงทุนที่ระบุว่าตนเองเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือเพิ่งเริ่มต้นลงทุนคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำลงมาที่ระดับ 8.9%

                นักลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังให้ความสนใจมากขึ้นกับโอกาสการลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลก โดยในปีที่ผ่านมา นักลงทุน 63% ลงทุนในหุ้นและกองทุนที่ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี ขณะที่ 55% ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยก็ได้รับความสนใจเช่นกัน โดย 60% ของนักลงทุนในภูมิภาคนี้ลงทุนในทองคำ เงิน และโลหะมีค่า

                สจ๊วต พอดมอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการลงทุนจาก Schroders ให้ความเห็นว่า  “การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนรู้สึกไม่มั่นคงและไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆได้เหมือนที่ผ่านมา ส่งผลต่อการที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับการออมเพิ่มขึ้น มีการติดตามพอร์ทการลงทุนของตัวเองบ่อยขึ้น ดังจะเห็นได้จากผลการศึกษาของเรา”

                “แม้ว่าจะเป็นความท้าทายอันใหญ่หลวงที่เราทุกคนต้องเผชิญ แต่ในอีกมุมหนึ่งการแพร่ระบาดครั้งนี้ก็ช่วยเร่งการส่งเสริมการให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินและสุขภาพทางการเงิน ในขณะเดียวกัน จำเป็นที่จะต้องมีความระมัดระวังในการลงทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนหลายคนมีมุมมองต่อผลตอบแทนที่คาดหวังในอนาคตสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนที่มองว่าตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญนั้น มองโลกในแง่ดีเป็นพิเศษ

                “ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาได้สอนเราว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ยังยากต่อการคาดเดา การทยอยลงทุนแบบสม่ำเสมอ รอบคอบไม่ใจร้อน ให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์การลงทุนในระยะยาวมากกว่าผลตอบแทนระยะสั้น มีแนวโน้มที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้อย่างมั่นคงมากขึ้น”

…………………………………………………..

เกี่ยวกับ Schroders

ในฐานะผู้จัดการสินทรัพย์ระดับโลกที่ตื่นตัวอยู่เสมอ วิธีที่เราบริหารเงินทุนไม่เพียงแต่เป็นไปเพื่อสร้างผลตอบแทนทางการเงินให้กับลูกค้าของเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคำนึงถึงผลกระทบในบริษัทที่เราลงทุนในนามของงลูกค้าอาจมีต่อสังคมโดยรวมด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างผลลัพธ์ทั้งสองนี้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเราเห็นการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในมุมมองและมูลค่าที่มีต่อบริษัทต่างๆ การทำความเข้าใจผลกระทบที่พวกเขาสามารถมีต่อสังคมและโลกเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินความสามารถในการส่งมอบผลกำไรที่เหมาะสมตามความเสี่ยง

ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของเราเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ โดยเราร่วมมือกับลูกค้าเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่มีนวัตกรรม ด้วยการผสมผสานความมุ่งมั่นของเราในการบริหารจัดการเชิงรุกและการให้ความสำคัญต่อความยั่งยืน ความสามารถเชิงกลยุทธ์ของเราจึงได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกแก่ลูกค้าของเรา

ปัจจุบัน Schroders มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ 700.4 พันล้านปอนด์ (967.5 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564) ซึ่งบริหารโดยทีมการลงทุน 42 ทีมทั่วโลก  ในฐานะธุรกิจระดับโลกที่มีพนักงานที่มีความสามารถมากกว่า 5,500 คนในสำนักงาน 37 แห่ง เราจึงสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างเข้าใจและใกล้ชิด เรามีประสบการณ์ด้านการลงทุนและนวัตกรรมมากกว่า 200 ปี และยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีขึ้นด้วยการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบสำหรับลูกค้าของเรา

 

 

You may also like

แบงก์ชาติ-ส.ธนาคารไทยแจงกรณี “แอปดูดเงิน”

แบงก์ชาต