“ดร..มนพร”ย้ำจัดงบฯปี 67 เน้นการขนส่งทุกเส้นทาง ส่วน “แลนด์บริดจ์”มุ่งเศรษฐกิจประเทศ

“ดร..มนพร”ย้ำจัดงบฯปี 67 เน้นการขนส่งทุกเส้นทาง ส่วน “แลนด์บริดจ์”มุ่งเศรษฐกิจประเทศ

ดร..มนพร”ย้ำจัดงบฯปี 67 เน้นการขนส่งทุกเส้นทาง

ส่วน “แลนด์บริดจ์”มุ่งเศรษฐกิจประเทศ

   รมช. มนพร  ย้ำการจัดงบประมาณปี  67 ให้ความสำคัญกับการขนส่งทุกเส้นทาง   ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ เน้นผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลักเพื่อเป้าหมายด้านเศรษฐกิจของประเทศ

ดร.มนพร   เจริญศรี   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  กล่าวในการประชุมวุฒิสภาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567  โดยได้ตอบคำถามของ นายสุรเดช  จิรัฐติเจริญ     กรณีทางเชื่อมรถไฟหนองคาย – เวียงจันทร์  ว่า  กระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญกับการขนส่งทางราง โดยเป้าหมายให้ผู้ประกอบการหันมาขนสินค้าทางรางให้มากขึ้น แทนการขนส่งด้วยรถบรรทุก  โดยทำการเชื่อมโครงข่ายทางรางให้ครอบคลุมทั่วประเทศ   รวมถึงการเชื่อมต่อ 3 สนามบิน และในอนาคตโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงโคราช- หนองคาย เพื่อเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน    โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)  ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณในปี 2567 สำหรับการออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงาน EIA  จำนวน  125  ล้านบาท  คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2572

ดร.มนพร กล่าวต่อว่า สำหรับญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อให้รัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือปัญหาสำคัญที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติว่า สำหรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมในพื้นที่ EEC รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ภูมิภาค เพื่อกระจายความเจริญและลดความเหลื่อมล้ำ  โดยโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ซึ่งประกอบไปด้วย   

  1. รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3  สนามบิน ผ่าน 5  จังหวัด ระยะทางรวม 220  กิโลเมตร  ทำให้การเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังพื้นที่ใช้เวลาเพียง 60 นาทีเท่านั้น  ซึ่งสามารถประหยัดเวลาได้มาก
  2. สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา  เป็นโครงการในความรับผิดชอบของกองทัพเรือสามารถเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคนต่อปี   ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้
  3. สำหรับท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่  3  เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าได้ 18  ล้าน TEU  ต่อปี  และที่สำคัญเป็นการก้าวสู่การเป็นท่าเรือสีเขียว (Green Port )  ที่สร้างสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศด้วย  และสุดท้ายเรื่องท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3  เป็นโครงการภายใต้การกำกับดูแลของการนิคมแห่งประเทศไทย  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความจุก๊าชธรรมชาติ  และสินค้าเหลว  “ กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ให้ประชาชนเดินทางด้วยความปลอดภัย สะดวกสบาย “  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวย้ำ

 

You may also like

คปภ. สร้างเกราะป้องกัน “Risk Culture” สำหรับผู้บริหารระดับสูงธุรกิจประกันภัย ปรับตัวได้เร็วรับความเสี่ยง-ความเปลี่ยนแปลง

คปภ. สร้