“ดร.โฆสิต”ชูสร้างมหานครแห่งความสุข 24 ชั่วโมง พร้อมยก 7 นโยบาย-คนกรุงอยู่ดี กินดี 100 วันทำทันที

“ดร.โฆสิต”ชูสร้างมหานครแห่งความสุข 24 ชั่วโมง พร้อมยก 7 นโยบาย-คนกรุงอยู่ดี กินดี 100 วันทำทันที

“ดร.โฆสิต”ชูสร้างมหานครแห่งความสุข 24 ชั่วโมง

พร้อมยก 7 นโยบาย-คนกรุงอยู่ดี กินดี 100 วันทำทันที

                เลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพเข้มข้น! ล่าสุดงานเปิดตัวผู้สมัครหมายเลข 24  ดร.โฆสิต สุวินิจจิต ที่ MCC HALL เดอะมอลล์ บางกะปิ ได้เปิดเผยว่า “กรุงเทพนั้นเป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักระดับโลก เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีสตรีทฟู๊ดที่ดีที่สุด ผู้คนเป็นมิตรมีเสน่ห์น่าประทับใจที่สุด ฯลฯ แต่ด้วยผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาด COVID-19 ทำให้เกิดความทุกข์ยากอย่างมากในเรื่องหลักๆ คือสุขภาพ การทำมาหากิน หนี้สิน และความปลอดภัย จึงนำแนวคิด “กรุงเทพ มหานครแห่งความสุข 24 ชั่วโมง” กับ 7 นโยบาย สำหรับบริหาร จัดการ ให้บริการ เพื่อให้ชาว กทม.กลับมากินดี อยู่ดี มีความสุข พร้อมชูนโยบายเร่งด่วน 100 วันทำทันที เพื่อบรรเทาทุกข์ของชาว กทม.อย่างเห็นผลรวดเร็ว ไม่เน้นการแก้ปัญหาเดิมซ้าๆ แต่จะต้องก้าวไปข้างหน้า ด้วยการร่วมแรงร่วมใจจากพลังอาสาสมัครจาก 50 เขต”

                พร้อมกันนั้นได้เปิดเผยถึงการที่จะก้าวไปข้างหน้านั้น ได้จัดนโยบายแบบระบบวงจรความสุขมีทั้งหมด 7 เรื่องหลัก นั่นคือ

                1. ทำมาหากินได้ 24 ชม. เริ่มด้วยการพักหนี้คลายกังวลจากการทวงหนี้ แล้วเพิ่มเวลา เพิ่มพื้นที่ทำมาหากิน เพื่อเพ่ิมรายได้มีเงนิเหลือ โดยจะมีนโยบายรองรับทุกระดับธุรกิจ ตั้งแต่ระดับชุมชน, start up, SME ตลอดจนธุรกิจขนาดใหญ่ ส่งเสริมให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาคและระดับโลกในอนาคตต่อไป

                2. เดินทางสะดวก 24 ชม. การเดินทางใน กทม.ต้องต่อเชื่อมไม่ติดขัด ด้วยแนวคิด ต่อรถ ต่อรางต่อเรือ ต่อขา และบริการ 24 ชม. เริ่มจากระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า (BTS) ให้บริการ 24 ชม.ขยายเวลาการให้บริการเรือโดยสาร เพื่อสนับสนุนการเดินทางทั้งกลางวัน และกลางคืน นอกจากนี้ต้องมีการปรับปรุงระบบไฟจราจร ติดตั้งป้ายจราจรอัจฉริยะ ให้เดินทางปลอดภัย ซึ่งจะสอดคล้องกับการท ามาหากิน 24 ชม. อีกทั้งยังส่งผลให้ลดความหนาแน่ของการจราจรอีกด้วย

                3. ปลอดภัย 24 ชม. เมื่อ กทม.ตื่น 24 ชม.คนต้องปลอดภัยทั้งชีวิต และทรัพย์สิน ให้ปลอดภัยจากอาชญากรรม ปลอดภัยจากถนน ปลอดภัยจากอาหาร ปลอดภัยจากอุบัติภัย ปลอดภัยจากมลพิษปลอดภัยจากภัยธรรมชาติโดยเริ่มจากลดและป้องกันภัยบนท้องถนนแบบ “รถพร้อม คนพร้อมถนนพร้อม” (ปรับปรุงสภาพพื้นผิวจราจร, การตรวจสภาพรถ และสมรรถภาพคนขับ) จัดให้มีรปภ.ชุมชน และ ติดตั้งระบบ S.O.S ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24ชม. รวมถึงลดความกลัวด้วยไฟส่องสว่างทั่วพื้นที่จุดเสี่ยง เป็นต้น

                4. สุขภาพดี 24 ชม. ศูนย์อนามัยชุมชน เปิด 24 ชม. จัดให้มีแผนกแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมยาสมุนไพรไทยมีเพียงพอในทุกศูนย์อนามัย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินมีรถพยาบาลให้บริการประจ าทุกเขต และด้วยปรากฏการณ์ COVID-19 ระบบสุขภาพต้องเป็นรณรงค์แนวทางป้องกันแบบ “สุขภาพพึ่งตน” ออกก าลังกาย อาหาร อารมณ์ อากาศ เปิดสวนสาธารณะ 24 ชม.ให้ออกก าลังกายได้อย่างเสรี กินอาหารให้เป็นยา โดยจะมีการฝึกอบรมให้กับทุกชุมชน ตั้ง Sliver club ส าหรับผู้สูงวัย เป็นต้น

                5. เรียนรู้ 24 ชม. จัดตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพ และส่งเสริมการเรียนรู้ให้อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุขทุกเขต ให้นักเรียนสร้างรายได้อย่างพอเพียงได้โดยไม่ต้องรอให้จบ ป.ตรี และเมื่อเรียนจบ ไม่ตกงาน ส่วนในสายอาชีพเรียนรู้3 ภาษาผ่านแอพพลิเคชั่นฟรีและจัดตั้งศูนย์ค้นหาและเสริมศักยภาพบุคคล (Bangkok Talent Center) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคคลให้ตรงตามความสามารถเฉพาะ

                6. การบริหารและบริการ กทม.24 ชม. กทม.เปิดให้บริการประชาชน 24 ชม. เพื่อให้ชาว กทม.ได้ทำมาหากินได้อย่างสบายใจ สามารถมาติดต่อบริการของ กทม.ได้ตลอดเวลาที่สะดวก เมื่อมีปัญหาสามารถแก้ได้ตลอดเวลา เพราะจะมีที่ปรึกษาผู้ว่าประจ าเขตเพื่อติดตามก ากับนโยบายของผู้ว่าฯ และรณรงค์การย้ายทะเบียนบ้านเข้า กทม.เพื่อบริหารจัดการงบประมาณอย่างถูกต้องทั่วถึง ให้สิทธิเสมอภาคกับชาว กทม.ทุกระดับ ทุกเพศ รวมถึงกลุ่มผู้หลากหลายทางเพศ คนพิการ เริ่มด้วยสิทธิเสรีภาพการสมัครทำงาน การแต่งกาย และสาธารณูปโภคที่เหมาะสม เช่น ห้องน้ำ All Gender, คุณสมบัติระบุความหลากหลายทางเพศ เพิ่มจากเพศชาย หญิง, โควต้าต าแหน่งงานคนพิการ เป็นต้น

                7. เมืองคุณธรรม 24 ชม. ยกระดับ กทม.เป็นศูนย์กลางศาสนาโลก จัดตั้งกองทุนคุณธรรม 5 ศาสนา(พุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู และซิกข์) ส่งเสริมคนท าความดีด้วย “สมุดบันทึกความดี” (ทำดีมีเครดิตเพื่อสิทธิพิเศษ เช่น ลดดอกเบี้ยโรงรับจำนำ ได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษในการรับคัดเลือกเข้าทำงาน เป็นต้น) ส่งเสริมให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองพุทธโลก เป็นเมืองแห่งมหาเทพโลก ให้เป็นเมืองคนกลัวบาป มีคุณธรรมทุกระดับชั้นการศึกษา รวมถึงในองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยภาพรวมจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองสงบสุข ส่งผลถึงเศรษฐกิจทางศาสนาและวัฒนธรรมเพราะคนกรุงเทพฯ คุ้นชินกับการใช้ชีวิตอิสระและไม่มีขอบเขตเวลามาจ ากัด แต่ที่ผ่านมาทรัพยากรและการดูแลนั้นยังมีขอบเขตจ ากัด คนที่ใช้ชีวิตปกติจะได้รับในส่วนนี้มากกว่าคนที่ใช้ชีวิตกลางคืน ทั้งที่ทั้งหมดก็เป็นคนกรุงเทพเหมือนกัน

                “ดังนั้นถ้าวิสัยทัศน์ กรุงเทพ 24 ชั่วโมง เกิดขึ้น เมืองถูกบริหารจัดการให้เต็มประสิทธิภาพก็จะทำให้ใช้ศักยภาพได้ถึงขีดสุด โดยกทม.ต้องเข้าไปสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้กลายเป็นเมืองที่ไม่มีวันหลับ เพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียนคล่อง สร้างเอกลักษณ์ และรายได้ แนวทางการใช้ชีวิตที่ประชาชนในพื้นที่นั้นได้เลือกเอง แค่แนวคิดเช่นนี้เกิดขึ้น ก็จะได้การสนับสนุนจากภาครัฐที่จะรองรับจะตามมาอีกมากมาย เช่นระบบการจราจร การเดินทาง 24 ชั่วโมงจะต้องสอดคล้อง ระบบสาธารณสุขพื้นฐานจะรองรับด้วยวิสัยทัศน์เช่นนี้ คือการสร้างรูปร่าง สร้างตัวตนของกรุงเทพขึ้นมา เป็นรูปธรรมที่ทุกคนจับต้องได้ ทุกคนเห็นภาพได้ หลังจากนั้นพวกเราก็จะทราบว่าจะต้องท าอะไรก่อนหลัง จะไม่มามัวแต่บอกกล่าวว่าจะแก้ปัญหาต่างๆ แต่ไม่รู้ว่าแก้แล้วรูปร่างของกรุงเทพจะเป็นเช่นไร การสร้างตัวตนของกรุงเทพให้เป็นเมือง 24 ชั่วโมง เราจะได้เห็นสถานะของเราและได้รู้ว่าเราจะต้องทำอีกเท่าไร อะไรคือปัญหา อะไรที่ไม่ใช่ ได้อย่างชัดเจน”

                ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์กรุงเทพมหานครแห่งความสุข 24 ชั่วโมง อีกทั้งนโยบายประกอบอีก 360 องศา นอกจากจะปลุกให้คนกรุงเทพตื่นพร้อมกันแล้ว ยังเป็นการปลุกนโยบายของรัฐให้ตื่นขึ้นอย่างมีทิศทาง และให้หน่วยงานต่างๆ ทำงานตามความต้องการประชาชนแบบ 50 เขต 50 กลยุทธ์ โดยรายละเอียดด้านต่างๆ จะนำเสนอทุกด้านต่อเนื่อง ในช่วงการรณรงค์หาเสียงนับจากวันนี้”ดร.โฆสิต สุวินิจจิต ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพฯหมายเลข 24 กล่าวในที่สุด

You may also like

คปภ. สร้างเกราะป้องกัน “Risk Culture” สำหรับผู้บริหารระดับสูงธุรกิจประกันภัย ปรับตัวได้เร็วรับความเสี่ยง-ความเปลี่ยนแปลง

คปภ. สร้