บ้านเมืองวุ่นวายเหมือน “ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน”

บ้านเมืองวุ่นวายเหมือน “ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน”

บ้านเมืองวุ่นวายเหมือน "ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน"

ใครคนดีคนชั่วอีกไม่นานรู้่กัน!!

นายจักรยาน

            จะหาความสงบของโลกบูด ๆ เบี้ยว ๆ ใบนี้ไม่มีอยู่จริง  เพราะโลกเรานี้วุ่นวายหนอ  ขัดข้องจริงหนอ

            แม้ว่าโลกเรานี่้จะเคยเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 มาแล้ว  แต่สงครามโลกครั้งที่ 3 ยังไม่เกิดขึ้น  เนื่องจากสงครามของโลกเปลี่ยนแปลงไปเป็นสงครามที่เกิดขึ้นเฉพาะภูมิภาตที่ประเทศมหาอำนาจของโลกเข้ามายุแยงคะแคง่รั่วให้เกิดสงครามห้ำหั่นคนในชาติกันเอง

                เพราะมหาอำนาจของโลกหวังเข้ามาเจ้ากี้เจ้ากี้เจ้าการทรัพยากรสำคัญ ๆ ของภูมิภาคนั้น ๆ โดยเฉพาะ "น้ำมัน" มหาศาลที่อยู่ใต้พิภพ

                ด้วยเหตุฉะนี้ ที่หวังอยากให้โลกมีความสงบสุขไปทุกตารางนิ้วของแผ่นดิน  ก็ไม่มีทางได้เห็นทั้งในชาตินี้หรือชาติหน้า

                ตั้งแต่อดีตโบราณกาลมาจนถึง ณ ปัจจุบันนี้  การแย่งชิงสู้รบกันเพื่อต้องการความเป็นใหญ่ให้โลกได้จารึก ยาตราทัพไปบุกรุกแย่งชิงแว่นแคว้นต่าง ๆ  ที่ประวัติศาสตร์โลกได้บันทึกเอาไว้ให้เป็นเกียรติยศชื่อเสียงและสาปแช่งในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

                ในที่สุด  การเมืองเรื่องยุ่ง ๆ จับศึกรบชิงกันในแต่ละมุมของโลกเมื่อหลายพันปีก่อนโน้น จวบจนมาถึงโลกยุคดิจิทัลขณ๕ะนี้  ก็หนีไม่พ้นในการหาทางหาเหตุแย่งความเป็นใหญ่ไม่ว่าประเทศไหนจะปกครองในรูปแบบใด

                ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ว่าเป็นการปกครองที่เลวน้อยที่สุด  แต่ก็มีปัญหาของ "ม็อบ" มากที่สุด

                การปกครองระบอบ "คอมมิวนิสต์"  ที่ต้องการให้ทุกคนเท่าเทียมกันหมด ไม่ให้มีการเหลื่อมล้ำ  แต่ในโลกของความจริงเป็นไปไม่ได้  จนประเทศรัศเซียที่เป็นต้นตำรับคอมมิวนิสต์ต้องล่มสลายลงไปกลายเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

                ประเทศต่าง ๆ ส่วนใหญ่ที่เคยปกครองด้วยระบบ "คอมมิวนิสต์" ก็เปลี่ยนข้างมาเป็นคอมมิวนิสต์ผสมทุุนนิยมแบบฉบับของตนเอง เพื่อความเจริญเติบโตก้าวหน้าของประเทศขาติ

                อย่างเช่น  มหาอำนาจประเทศจีน ที่ได้ประกาศยึดแนวทางปกครองคอมมิวนิสต์ตลอดไป โดยยึดหลักสังคมนิยมแบบฉบับของจีน  ไม่ได้ห้ามประเทศไหนลอกเลียนแบบ??

                ที่ได้รับรู้ก้นว่า  ประเทศสาธารณัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือที่เรียกตัวย่อกันติดปากว่า สปปล. ก็ปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์ที่ปล่อยวางให้ทุนนิยมเข้ามาพัฒาเศรษฐกิจให้ชาติบ้านเมืองไปโลด

                หรืออย่าง ประเทศเวียดนาม ก็เช่นกัน  ที่ใช้ระบอบคอมมิวนิสต็์้ที่ไม่ปฏิเสธทุนนิยมเข้ามาผสมให้เป็นระบอบเฉพาะของตนเอง

                สำหรับประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ที่ยังเหลืออยู่อย่างเหนียวแน่น ก็คือ  ประเทศคิวบา  กับเกาหลีเหนือ  ข่าวคราวของความเป็นจริงใน 2 ประเทศนี้ไม่ค่อยเล็อลอดออกมาให้สังคมโลกได้รับรู้ความเคลื่อนไหว

                นอกจากระบอบ "ประชาธิปไตย" และ "คอมมิวนิสต์" แล้ว  โลกเรายังมีประเทศที่ปกครองด้วยระบอบ "เผด็จการ"!!

                ซึ่งทุกระบอบมีการแก่งแย่งชิงอำนาจกันทั้งนั้น   เพียงแต่ว่าประเทศคอมมิวนิสต์มักจะจ้ดการกันเองกับผู้ที่คิดจะชิงอำนาจให้สลายหายตัวไปจากการรับรู้ของประชาชน

                ส่วนประเทศเผด็จการ  ก็มีการแย่งขิงสู้รบกันให้เป็น "เผด็จการ" ต่อไป  โดยเผด็จการชุดเก่าไป  ชุดใหม่เข้ามาแทนที่!!

                ประเทศประชาธิปไตยในโลกนี้  ก็แย่งชิงหาเสียงเข้ามาเป็นใหญ่จากการเลือกตั้งของประชาชน  ถึงแม้ว่าเลือกตั้งจบ  ได้ผู้นำคนใหม่เข้ามาบริหารประเทศชาติไม่นานเท่าไหร่  กลุ่มที่พ่ายแพ้ไม่ยอมจบหาจังหวะในการหาเหตุออกมาก่อ "ม็อบ" ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง

                สาเหตุสำคัญที่สุดก็คือ "อำนาจ" นั่นเอง  แต่ก็มักจะอ้าง "ประชาชน" ทั้งสิ้น ๆ ทั้ง ๆ ที่ประชาชนตัวจริงเสียงจริงไม่ได้อนุญาตแต่ประการใด

                ว่ามาว่า "อำนาจ" เหมือนยาเสพติด ทุกฝ่ายอยากจะติดใจอำนาจนั้น  ดังเช่น วาทะที่เป็นอมตะของ ม.ร.ว.คิกฤทธิ์ ปราโมง  อดีตนายกรัฐมนตรี  ซึ่งเป็นปราชญ์แห่งสยาม" ได้กล่าวเอาไว้ว่า

                "อำนาจนั้น  เหมือนยาเสพติด ได้มาแล้วย่อมวางไม่ลง และย่อมต้องการอยู่เสมอ ไม่มีวันพอได้  ฉะนั้นจะเห็นว่านักการเมือง นักการทหาร บำเพ็ยกรณีแสวงเอาอำนาจ  เมื่อได้มาแล้ว ก็อยากได้ต่อไปอีก  ในที่สุดอำนาจนั้น ก็ทำลายตนเองลงไป เช่นยาเสพติด ย่อมทำลายผู้เสพฉันใด"

                ที่นี่ประเทศไทยที่บ้านเมืองมีความวุ่นวายมาตั้งแต่ 10 สิงหาคม 2563 มาจนถึงวันนี้ก็ 5 เดือนจาก "ม็อบ" การเมืองที่หาเหตุปลุกระดมแบบเบิ้ม ๆ  แต่ก็ไม่มี "ม็อบ" วันใดที่รวมพลังกันนันเบิ้มจริง ๆ ที่ครั้งเดียว

                เวลาที่ "ม็อบ"เย้ว ๆ ออกมาด้วยความถ่อย เถื่อน หยาบคาย  จาบจ้าง เสียดสี ละเมิดสิทธิของผู้อืน  โดยใช้คาถาเดียวของ "ม็อบ" คืออ้างแต่สิทธิเสรีภาพของตนเอง!!

                ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน  พฤติกรรมของ"ม็อบ" ที่สำแดงสดออกมาให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายให้ได้  แต่เมื่อประชาชนส่วนใหญ่รู้่ความจริงที่เป็นจริง  ผู้คนก็เริ่มถอยห่างจาก"ม็อบ" อันเป็นไปธรรมดาสามัญของสรรพสิ่งต่าง ๆ

                เพราฉะนั้นที่ "ม็อบ" ประกาศว่าปีหน้า 2564 จะมีความแรงดุเดือดทวีคูณขึ้นมา  ก็เป็นการโฆษณาชวนเชื่อให้ตื่นเต้นเท่านั้น   ประชาชนตัวจริงไม่ควรวิตกจริตให้ปวดสมองของเอง ปล่อยให้"ม็อบ" ปาดหมองเล่นกันเองว่าจะมากันเบิ้มเป็นล้าน ๆ คนหรือเปล่าหว่า

                ดังนั้น  การเมืองในโลกยุค 5 จีนี้ก็เหมือนการเมืองสมัยหลายพันปีไม่มีอะไรผิดเพี้ยนจาหความเป็นจริง  ซึ่งยุค 3 ก๊ก "ขงเบ้ง" ได้กล่าวเอาไว้เป็นวาทะอมตะว่า

            "ที่บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้  ไม่ใช่เพราะคนดียอมสยบแก่คนชั่ว  แต่เพราะคนชั่วมันคิดว่าตัวเองเป็นคนดีต่างหาก"

            เอ้า!!ท่านพ่อแม่พี่น้อง ช่วยกันประสานเสียงให้ดัง ๆ กันหน่อย "คนชั่วออกไป  คนดีเข้ามา"  สวัสดี!!

 

 

 

 

 

You may also like

คปภ. “อนุมัติแบบฟาสแทร็ก” กรมธรรม์ประกันภัยแพ้วัคซีนป้องกันโควิด-19

คปภ. &ld