ปฏิรูปประเทศ – ปฏิรูปปาก

ปฏิรูปประเทศ – ปฏิรูปปาก

ปฏิรูปประเทศ – ปฏิรูปปาก

 

เรื่องบางเรื่องข่าวบางข่าวอาจทำให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หงุดหงิดอารมณ์บูดได้ แต่ข่าวผลสรุปคำตอบ 4 คำถามจากประชาชนทั่วประเทศล้านกว่าคนที่กระทรวงมหาดไทยเป็นผุ้ดำเนินการ น่าจะทำให้ “บิ๊กตู่” ยิ้มได้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนให้อยู่ในเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่าการปฏิรูปจะสำเร็จในทุกๆ ด้าน

ที่สำคัญของผลสรุปก็ประชาชนส่วนใหญ่ให้คำตอบว่าเห็นว่าไม่ควรให้นักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้ามา และมองว่าให้ “บิ๊กตู่” เข้ามาแก้ไขเป็นลำดับแรก และเรื่องการปฏิรูปประเทศนั้น ประชาชนเห็นว่า “บิ๊กตู่” เป็นผู้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเลือกตั้ง

สำนักโพลต่างๆ ที่สำรวจความเห็นออกมา ซึ่งความเห็นของประชาชนบางโพล ก็ทำให้ “บิ๊กตู่” ไม่สนใจ แต่การสำรวจของซุปเปอร์โพลล่าสุด คงเป็นโพลที่ทำให้ “บิ๊กตู่” สบายใจมีกำลังใจที่จะลุยเรื่องปฏิรูปได้เต็มที่เต็มพลัง

นอกจากนี้ ก็ได้สำรวจกลุ่มพลังเงียบ ผลปรากฏว่า กลุ่มพลังเงียบ 80.5% เห็นควรด้วยเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แล่ะแผนปฏิรูปประเทศ

หลังจากที่โพลหนุนให้ “บิ๊กตู่” ปฏิรูปประเทศ กลุ่มเชียร์ “บิ๊กตู่” ก็ออกมาเคลื่อนไหวสนองตอบอย่างรวดเร็ว ด้วยการประกาศยื่นขอจัดตั้ง “พรรคประชาชนปฏิรูป” ทันที เพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “บิ๊กตู่” ต่อท่ออำนาจนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอก ให้ปฏิบัติภารกิจ “ปฏิรูปประเทศ” ตามที่ คสช. ได้วางแผนเอาไว้ ซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนู (กรธ.) ก็ได้สนองนโยบายโดยมีบัญญัติไว้ใน หมวด 16 “การปฏิรูปประเทศ” ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่รัฐบาลใหม่มาจากการเลือกตั้งต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

ถ้าเราๆ ท่านๆ ได้ติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวการเมืองต่างๆ นับตั้งแต่ คสช.เข้ามายึดอำนาจมาบริหารประเทศจนถึงวันนี้ ต้องยอมรับคณะผู้วางแผนที่กำหนดอนาคตของประเทศได้อย่างยอดเยี่ยมแนบเนียมหลังจากที่ได้มีการเลือกตั้งแล้ว จะต้องเดินหน้าไปอย่างไร ใครผู้ใดที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้ง

เพราะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ ส.ส. และ ส.ว.ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ผ่านเป็นกฎหมายไปเรียบร้อยแล้ว หลายๆ ฝ่ายวิเคราะห์เป็นทิศทางเดียวกันว่า “บิ๊กตู่” ต้องได้รับเชิญเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก เพื่อสืบทอดอำนาจในการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญที่มีการแฃร์ต่อๆ กันด้วยความชัวร์

สำหรับนักการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ ก็เรียกร้องกดดันให้ คสช.ปลดล็อกการเมืองโดยเร็ว มิฉะนั้นแล้ว คสช.จะขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมืองที่มีผลบังคับใช้แล้ว

แต่ คสช.ก็ยังเฉยไม่ยอมปลดล็อกสักที อ้างเหตุผลสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศยังไม่สงบทีเดียวนัก มีการตรวจค้นพบอาวุธสงครามร้ายแรงจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์การเมืองปี 2557   ซึ่ง คสข. กังวลไปว่าปลดล็อกแล้วจะเกิดความขัดแย้ง ปลุกระดม (ไม่รู้ว่ากังวลแบบวิตกจริตมากไปหรือเปล่า?) อาจก่อให้บ้านเมืองวุ่นวายขึ้นมา โดยเฉพาะปากของนักการเมืองที่มักพูดออกมาเหมือนต้องการขยายผลให้มีเหตุทะเลาะวิวาทกัน

เป็นเหตุให้บรรดาพรรคการเมือง และนักการเมือง ได้ออกมารุมถล่ม “บิ๊กตู่” และ คสช.ตามปากของตนเองตามสไตล์เดิมๆ ซึ่งใครฟังแล้วก็มีรสชาติสนุกสะใจที่ยังรักษาประเพณ๊วัฒนธรรมการเมืองแบบไทยๆ

ส่วน “บิ๊กตู่” นั้นรู้สึก่ไม่ค่อยจะชอบปากของนักการเมืองเท่าไหร่นัก  เพราะถ้าได้มีโอกาสจังหวะก็จะพูดถึงปากของนักการเมืองที่เอ่ยปากชวนทะเลาะกับ คสช.ตลอดเวลา

ดังเช่น “บิ๊กตู่” ได้พูดออกทีวีรวมการเฉพาะกิจในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งมีตอนหนึ่งที่ “บิ๊กตู่” ตั้งใจบอกกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่า “กรณีที่มีนักการเมืองออกมาเคลื่อนไหว มีการพูดจาให้ร้าย สร้างวาทกรรม ตนถือว่าบางอย่างฉวยโอกาส เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม ขยายความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น บางเรื่องก็ไม่ใช่ สร้างความชิงชัง่ให้กับรัฐบาลและ คสช.

ในขณะที่หลายคนยังมีคดีติดตัวอยู่ ตัวเองก็ไปเตรียมการสู้คดีโน่น แต่อย่าออกมาพยายามพูดให้สังคมเชื่อ ซึ่งประชาชนเองก็ต้องเรียนรู้ว่าจะฟังเขาหรือเปล่า คนเหล่านี้บางคนก็ไม่น่าจะฟัง เพราะฉะนั้นตนไม่อยากไปต่อล้อต่อเถียงด้วย หลายคนก็ออกมาพูดเหมือนกับที่จะทิ้งอุดมการ่ณ์ของตัวเอง จะทำอะไรก็ได้เพื่อจะได้กลับมาสู่อำนาจอีกครั้ง อะไรทำนองนี้ หรือมาป้องกันตน ป้องกัน คสช.ในการจะอยู่ต่อ รักษาอำนาจ มันยังไม่ถึงเวลานั้นเลย ท่านมาพูดอะไรตอนนี้ แล้วอุดมการณ์ท่านอยู่ตรงไหน ท่านอย่ามาแก้ตัว จะรวมกันหรือจะแยกกันก็แล้วแต่

              ซึ่งตอนนี้สังคมต้องรู้เท่าทัน ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็เป็นตัวอย่างอยู่แล้ว ตนไม่ได้ไปให้ร้าย อะไรดีตนก็ทำต่อไป อะไรที่ไม่ดีตนก็ปรับแก้ให้ แต่ท่านกลับมารุม มาเล่นงานรัฐบาลที่ยังแก้ไขอยู่ แล้วประชาชนก็สับสน อลหม่านไปหมด ฉะนั้นก็ขอให้ลงรายละเอียดกันบ้างว่า รัฐบาลทำโน่นทำนี่ไม่ดี แล้วท่านจะให้ทำไง ถ้าไม่พูดเลย จะเก็บไว้หาเสียงหรือ มันยังไม่ใช่เวลาตอนนั้น แล้วหาเสียงแบบเดิมๆ ตนว่ามันก็ทำไม่ได้ แล้วก็มีปัญหาอีก ตนไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นอีกต่อไป ในเรื่องการหาเสียง ก็เป็นเรื่องของ สนช. เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายที่ต้องแก้ปัญหาตรงนี้……………….”

            คำพูดที่มีไปถึงนักการเมืองของ “บิ๊กตู่” ดังกล่าวไม่ต้องตีความให้ลึกซึ้ง ตีความตรงๆ ว่าไม่ต้องการให้นักการเมืองพูดชวนทะเลาะไม่เลิกกับรัฐบาล  ถ้าหาเรื่องไปไม่หยุด คสช.ก็อาจยังไม่ปลดล็อกการเมือง?     

แต่ทว่านักการเมืองจากพรรคการเมืองใหญ่แกล้งไม่รู้ความนัยของคำพูด “บิ๊กตู่” ที่ส่งสัญญาณบอกเป็นระยะๆ เพราะหลังจากที่ “บิ๊กตู่” พูดในรายการประจำทุกคืนวันศุกร์ นักการเมืองผู้ทรงเกียรติดาหน้าออกมาไล่บี้ย้ำตามสูตรเดิม คือให้ คสช.ปลดล็อกการเมืองเหมือนเดิม การยื้อการปลดล็อกเหมือนต้องการถ่วงเวลา เพื่อเลื่อนเลือกตั้งออกไปอีก การอ้างเหตุพบอาวุธสงครามจำนวนมากไม่สมเหตุสมผล

เพราะฉะนั้น ก็ขอบอกให้นักการเมืองโปรดรับทราบว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ปี 60 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับกำหนดทิศทางประชาธิปไตยยุคใหม่ของไทยตามแนวทางของ คสช.ที่ได้วางแผนไว้ในทุกขั้นตอนอย่างลึกซึ้ง

คือนับจากการเลือกตั้งแล้ว การเมืองของไทยจะเป็นประชาธิปไตยสากลตัวเอง ต้องมีการปฏิรูปประเทศ และปฏิรูปปาก (นักการเมือง)?

ดังนั้น นักการเมืองทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่จะกระโดดลงมาเล่น ก็ควรเล่นเกมการเมืองปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พวกท่านก็สามารถเล่นการเมืองไปได้สบายๆ ตลอด 20 ปีตามยุทธศาสตร์ชาติ!?!

หวังว่าคงเข้าใจตรงกันนะ  ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย!!

 นายจักรยาน

 

           

           

 

 

 

 

 

You may also like

“ดร.มนพร”หนุนเครือข่ายภาคประชาชน เปิดอบรมเครือข่ายอาสาวารี รุ่นที่ 44 นครพนม บูรณาการความปลอดภัยทางน้ำ สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม

“ดร.มนพร