พายุจะถล่มไทยกี่ลูก ก็ไม่ทำให้ “พลังดูด” ถูกซัดหายไป??

พายุจะถล่มไทยกี่ลูก ก็ไม่ทำให้ “พลังดูด” ถูกซัดหายไป??

 

พายุจะถล่มไทยกี่ลูก ก็ไม่ทำให้ “พลังดูด” ถูกซัดหายไป??

          ประเทศไทยในช่วงนี้เป็นฤดูฝนเต็มร้อยที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้เจอพิษจากพายุลูกต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบให้หลาย ๆ จังหวัดประสบภัยน้ำท่วม

            ไม่ว่าในระยะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนเทลงงมาอย่างหนักที่ทำให้ประชาชนในบางแห่งเดือดร้อนกันทั่วหน้าอย่างไรก็ตาม

            แต่สำหรับสถานการณ์การเมืองก็กำลังเดินหน้าฝ่าฝนลุยน้ำตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 2560 ไปอย่างขรุขระไม่สะดวกโยธินเท่าไหร่นัก  เพราะยังถูกล็อกจากคำสั่งของ คสช.อยู่!!

            ทว่าก็มีช่องโหว่ของล็อกที่ทำให้ “พลังดูด” ทางการเมืองทวีความรุนแรงโดยไม่กลัวฟ้ากลัวฝน

            โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหม่ที่มีชื่อว่า “พรรคพลังประชารัฐ” เป็นที่รู้จักไปทั่วแคว้นแผ่นดินไทยว่าอดีต ส.ส.และนักการเมืองที่ถูกดูดจะเข้ามาร่วมวงไพบูลย์กับพรรคนี้กันคับคั่ง

          อย่างไรก็ตามการ “ดูด” ไม่มีบทบัญญัติห้ามไว้ที่เขียนตรง ๆ ว่า “ดูด” เป็นเรื่องที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ   ด้วยเหตุฉะนี้จึงเลี่ยงบาลีอย่างสุภาพชนว่าเป็นการเดินสายพูดคุยชักชวนกันตามธรรมดาของการเมือง

            แม้ว่าพรรคการเมืองเก่าอย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ จะสะเทือนสะดุ้งจาก “พลังดูด” ทางการเมือง  ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเป็นสิทธิของนักการเมืองว่าจะเต็มใจให้ดูดหรือไม่

            นอกจากจะหาประเด็นมาโจมตีให้เกิดความเสียหายทางชื่อเสียงของบุคคลที่ยอมให้ดูดเท่าที่จะประดิษฐ์ถ้อยคำแรง ๆ มากระแนะกระแหนเสียดสี

            พร้อมทั้งนำเรื่องเขาว่ามาโจมตีว่ามีการล่อด้วย เงิน ตำแหน่ง และคดีความ ในกิจกรรม “ดูด” ยุคนี้

            หรืออ้างว่ามีหลักฐานคลิปเด็ดสะเด่าในการ “ดูด” พร้อมที่จะแฉออกมาให้เป็นเรื่องผิดกฎหมายพรรคการเมือง

            จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการเปิดคลิปเด็ด หรือแฉหลักฐานต่าง ๆ ออกมา เพราะถ้ามีหลักฐานจริงมัดหนาแน่น  มีหรือที่จะไม่แฉออกมาให้เป็นข่าวฉาวโฉ่ นอกจากเพียงแค่เสียงขู่??

            ณ  วันนี้  พรรคการเมืองเก่าต่างก็หวั่นไหวจากการเดินสายประชุม ครม.สัญจรไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  หัวหน้า คสช.

            เพราะมีโครงการต่าง ๆ ที่อัดลงพื้นที่ให้ประชาชนนิยม  มีความยั่งยืนในชีวิต จึงโดนถล่มเละว่าเป็นการเดินสายหาเสียงคะแนนนิยมเพื่อสืบทอดอำนาจได้ฝ่ายเดียว  แต่ก็มีเสียงปฏิเสธว่าเป็นภารกิจของรัฐบาลที่ทุกรัฐบาลก็ทำมาในการลงพื้นที่ให้เห็นกับตากับปัญหาของประชาชนที่เดือดร้อน

            อ๊ะ อ๊ะ จะด้วยอานิสงส์ของการสัญจร ครม.”ตู่” หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้  ผลปรากฏว่า “นิดาโพล”ได้สำรวจความเห็นของประชาชนว่าต้องการใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหลังจากการเลือกตั้งแล้ว

          ชื่อของ “บิ๊กตู่” นำมาเป็นอันดับหนึ่ง  31.26 เปอร์เซ็นต์   ที่สองตามมาด้วย “คุณหญิงสุดารัตน์  เกรายุพันธุ์” ค่ายเพื่อไทยได้ 14.96 เปอร์เซ็นต์”    ส่วน “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์  เวชขาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอันดับ 3 ได้แค่ 10.50 เปอร์เซ็นต์

            ส่วนพรรคการเมืองใดที่ประชาชนนิยมเลือก  ผลสำรวจพบว่า “พรรคเพื่อไทย” ที่เลือดไหลไม่หยุดจากไข้ “ดูด”  ก็ได้คะแนนนิยมมาเป็นอันดับ 1  31.39 เปอร์เซ็นต์

            อันดับ 2 คือ “พรรคพลังประชารัฐ” ที่ประกาศตัวชัด ๆ ว่าสนับสนุน “บิ๊กตู่” ได้เสียงจากประชาชนจากโพล  21.88 เปอร์เซ็นต์

            พรรคประชาธิปัตย์  ก็มีคะแนนเหนียวแน่นคงที่อยู่อันดับ 3 เหมือนคะแนนเสียงนิยมตัวหัวหน้าพรรค  มีประชาชนนิยมชมชอบ 16.47  เปอร์เซ็นต์

            จากผลสำรวจโพลทำให้รู้ล่วงหน้าไม่ต้องฟันธงว่า “บิ๊กตู่” ยังแบเบอร์ที่จะได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีฉลองรัฐธรรมนูญตามแผนครึ่งใบฉบับใหม่

            แม้ว่าผลโพล “พรรคเพื่อไทย” จะได้จำนวน ส.ส.มาเป็นที่ 1 แต่ก็มีจำนวนเสียงไม่พอที่จะจัดตั้งรัฐบาล  จึงทำให้ “พรรคพลังประชารัฐ” แซงหน้ารวบรวมพรรคต่าง ๆ ร่วมเป็นรัฐบาลได้สำเร็จสมอารมณ์หมาย

            ดังนั้น  การเมืองหลังเลือกตั้งก็เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ  20 ปีที่ คสช.มุ่งมั่นตั้งความหวังไว้

            แต่ยังไง ๆ “บิ๊กตู่”  เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ถึง 20 ปีแน่  ฮูยา!!

                                    นายจักรยาน     

 

       

           

You may also like

Massey University  จากนิวซีแลนด์จับมือ ก.ศึกษาฯไทย แลกเปลี่ยน-แบ่งปันความรู้สู่ระดับโลก

Massey U