“ม็อบ” อยู่คู่กับประชาธิปไตย  แต่ “โควิด-19” อยู่กับทุกระบอบการปกครองของโลก

“ม็อบ” อยู่คู่กับประชาธิปไตย  แต่ “โควิด-19” อยู่กับทุกระบอบการปกครองของโลก

"ม็อบ" อยู่คู่กับประชาธิปไตย  แต่ "โควิด-19" อยู่กับทุกระบอบการปกครองของโลก

นายจักรยาน

          "ไวรัสนรก" โควิด 19 อาละวาดทำลายชีวิตผู้คนในโลกมาแล้วเกือบปี  ยังไม่มีทีท่าจะถอยห่างไปจากมวลมนุษย์ชาติวันเวลาใด

          ณ ปัจจุบันนี้  มีผู้ติดเชื้อ "ไวร้สแห่งความตาย" ทั่วโลกไปแล้วทะลุ 61 ล้านกว่าคน  เด็ดสะมอเร่ไปบนสวรรค์หรือนรกก็อยู่ที่กรรมของแต่ละคน 1ล้าน 4 แสนกว่าคน

            ประเทศสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจของโลก  ก็ครองแชมป์ "มหาอำนาจของโควิด-19" ที่มีผู้ติดเชื้อ "ไวรัสมัจจุราช" มากที่สุด 13 ล้่านคนเศษ ๆ ซึ่งไม่มีประเทศใด ๆ สามารถมาแรงแซงโต้งได้

            โรคระบาดร้ายแรงที่อุบัติใหม่ที่มนุษย์โลกต้องสังเวยชีวิตจำนวนมากมายที่ผ่านมา  วงการแพทย์สามารถดำเนินการป้องกันควบคุมไม่ให้ระบาดได้ภายใน 6-7 เดือน โรคร้ายดังกล่าวก็จะค่อนซา ๆ ลงไป

            สำหรับที่โรคไวรัสในอดีตที่เงียบหายไปก็เพราะมี "วัคซีน" ฉีดป้องกันโรค  จึงดูเหมือนไม่ร้ายแรง  ทว่าความจริงยังร้ายเหมือนดิม!!

            ส่วนเจ้าเพชฌฆาต "โควิด-19"  เป็นเชื้อโวรัสที่พัฒนาตัวเองให้มีความทนทานดื้อด้านต่อสารพัดยาต่าง ๆ ที่มนุษย์พยามยามคิดค้นอย่างหนักหน่วงในการสยบเขื้อมหาภัยตัวนี้ ซึ่งกว่าที่จะผลิต "วัคซีน" ในการป้องกันได้สำเร็จก็ได้เวลานานร่วมปี

            แม้บางประเทศจะสามารถควบคุมการระบาดลงไปได้  แต่กลับมาระบาดซ้ำสองซ้ำสามให้วิตกจริตกันมากยิ่งขึ้น!!

            หะแรกมีความหวังว่าก่อนสิ้นปี 2564 โลกจะมี "วัคซีน" ป้องกัน "โควิด-19"ได้สำเร็จ ไป ๆ มาๆ ก็มีช่าวออกมาว่าต้น ๆ ปีหน้า 2565จะมี "วีคซีน" ฉีดป้องกันให้แก่มวลมหาประชาชนทั้้งโลก

            หรือกว่าทีชาวโลกจะได้รับการฉีด "วีตซีน" ป้องกันเชื้อนรกโควิด-19 อย่างช้าที่สุดกลางปี 2565!!

เพราะฉะนั้น เรา ๆ ท่าน ๆ อย่าได้ "การ์ดตก" เป็นอันขาด  เนื่องจาก "ไวรัสอำมหิต" ตัวนี้ยังคอยพุ่งเข้าใส่สู่ร่างกายของมนุษย์ที่ตั้งมั่นด้วยความประมาท

            ถึงแม้ว่าจะสยบให้ "โควิด-19" ซาลงไปด้วยมีวัคซีนป้องกัน  แต่เจ้าเชื้อมหันตภัยยังป้วนเปี้ยนในโลกนี้กลายเป็นเชื้อโรคไวรัสประจำถิ่น  ที่ปราะชานจะต้องฉีด"วัคซีน" เป็นประจำปี ดังเช่นโรคไวรัสสายพันธุ์อื่นที่ต้องฉีดป้องกันเป็นประจำปีแก่กลุ่มเสี่ยงวัยต่าง ๆ

            หลังจากที่ "โควิด-19" สงบลงไป   ก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าอีกกี่ปีจะมี "ไวรัสวายร้าย" ตัวไหนที่กลายพันธุ์มาเยี่ยมเยียนมนุษย์ให้โหดกว่า "โควิด-19" หรือไม่ ก็ต้องติดตามข่าวคราวด้วยการยกการ์ดตั้งมั่นให้ดี

            โรคไวรัสที่จะอุบ้ติใหม่ขึ้นมาเขย่าโลกอีกหรือไม่  ก็ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะโผล่ขึ้นมาช้าหรือเร็ว  ว่ามาว่าขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของมวลมนุษยชาติทุกประเทศของโลกเป็นประการสำคัญ!!

            ด้วยเหตุฉะนี้และฉะนั้น  เขื้อไวรัสสายพันธุ์ต่าง ๆ และ "โควิด-19" ที่มนุษย์จดจำความร้ายกาจได้อย่างดี รวมทั้งสารพัด"ไวรัส" ที่กำลังหาทางพัฒนากลายพันธุ์ให้เป็นเชื่อขั่วร้าย ยังสิงสถิตย์กับเขื้อโรคต่าง ๆ อยู่คู่กับโลกไม่มีวันสลายตัว

            เพราะฉะนั้น "มนุษย์โลก" กับ "เขื้อไวรัส" จึงเป็นเพื่อนกันตลอดไปลาจากกันไม่ได้  นอกจากมนุษย์จากลาจากไปก่อน!!

            ดังเช่นประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกกับ "ม็อบ" เป็นบุพเพสันนิวาสชั่วฟ้าดินสลาย

            ประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้มี "ประชาธิปไตย" เจริญรุดหน้ากว่าประเทศประชาธิปไตยไหน ๆ ในโลกก็ว่าได้  เพราะมี "ม็อบ" เดินสายหมุนเวียนสถานที่จัดชุมนุมทุก ๆ วันในช่วงเย็นแล้วเลิกกลับบ้านใครบ้านมันในช่วงค่ำ

            ซึ่งยังไม่มี "ม็อบ" ประเทศประชาธิปไตยแห่งใดทำได้เหมือนประเทศไทย  ไทยแลนด์โอนลี่ว่างั้นเถอะ

            เมื่อประชาชนคนไทยชินกับ "ม็อบ" แล้ว  ก็จะซึมซับ "ประชาธิปไตย" มาก ๆ ยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะก็จะเข้าใจ "ม็อบ" การเมืองเรื่องยุ่ง ๆ เป็นอย่างดีว่าอะไรเป็นอะไรที่ซ่อนอยู่??

          ท่านที่เคารพที่เบื่อระอา "ม็อบ" และ "โควิด-19" โปรด เข้าใจตรงกันนะ!!

 

You may also like

นักการเมืองควรฉีดวัคซีนป้องกัน”โควิด-19″ ลำดับแรกก่อนประชาชน ดีหรือไม่??

นักการเม