“รัฐเยียวยา-วัคซีน”ฉุดดัชนีครัวเรือนฟื้น ลุ้นท่องเที่ยว ปลุกเศรษฐกิจ

“รัฐเยียวยา-วัคซีน”ฉุดดัชนีครัวเรือนฟื้น ลุ้นท่องเที่ยว ปลุกเศรษฐกิจ

“รัฐเยียวยา-วัคซีน”ฉุดดัชนีครัวเรือนฟื้น

ลุ้นท่องเที่ยว ปลุกเศรษฐกิจ

                                 ………………………………………………………………………………………………….

                ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือนก.พ. 64 และในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอยู่ที่ 39.5 และ 41.3 ตามลำดับ บ่งชี้ว่าครัวเรือนมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะการครองชีพลดลงจากเดือนก่อน หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันปรับลดลงต่อเนื่องส่งผลให้มีมาตรการผ่อนปรนพื้นที่ควบคุมต่าง ๆ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้มาตรการเยียวยาของภาครัฐฯ ออกมาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ขณะที่วัคซีนได้เข้ามาถึงในไทยในช่วงปลายเดือนก.พ. 64 และเริ่มมีการแจกจ่ายไปตามจังหวัดต่างๆ (ผลสำรวจจัดทำช่วงปลายเดือนก.พ.)

                ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าในระยะข้างหน้าภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนน่าจะทยอยปรับตัวปรับดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง โดยในระยะถัดไปภาครัฐน่าจะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ซึ่งจะเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป

                                  ……………………………………………………………………………………………………….

                ในเดือนก.พ.2564 ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพโดยรวมทั้งในปัจจุบันและอีกสามเดือนข้างหน้าฟื้นตัวขึ้นจากเดือนก่อนอยู่ที่ 39.5 และ 41.3 จาก 37.2 และ 38.8 ในเดือนม.ค.64 ดัชนีฯ กลับมาฟื้นตัวได้เร็วกว่าการระบาดในรอบแรก โดยเมื่อเทียบกับช่วงคลายล็อกดาวน์ในเดือนพ.ค. 63 ดัชนีปรับขึ้น 2.9% จากเดือนเม.ย. 63 แต่ในครั้งนี้ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นถึง 6.3% จากในเดือนม.ค.64 เนื่องจาก มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดในรอบใหม่นี้ไม่ได้มีการปิดเมือง และเน้นเฉพาะพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดหนัก อีกทั้งภาคครัวเรือนและธุรกิจได้เรียนรู้วิธีรับมือจากการระบาดในรอบก่อน นอกจากนี้มาตรการเยียวยาต่าง ๆ ของภาครัฐ ส่งผลให้ภาคครัวเรือนมีความกังวลเกี่ยวกับรายได้และค่าใช้จ่ายลดลง โดยดัชนีในส่วนของรายได้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 42.6 จาก 38.7 และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 33.2 จาก 31.0 ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ในไทยเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลงต่อเนื่อง โดยเริ่มมีการผ่อนปรนมาตรการควบคุมการระบาดต่าง ๆ จนเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

                แม้ว่าดัชนีจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น แต่ระดับของดัชนียังอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 50 ซึ่งเป็นระดับที่บ่งชี้ว่าครัวเรือนมีภาวะการครองชีพดีขึ้น ซึ่งในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวนั้น ความต่อเนื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐจึงยังมีความจำเป็นที่จะเข้ามาช่วยประคับประคองภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน โดยมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐที่ออกมาล้วนได้รับการตอบรับที่ดี ทั้งโครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ และ ม.33 เรารักกัน รวมถึงโครงการลดค่าสาธารณูปโภค โดยมีผู้เข้าร่วมใช้สิทธิจำนวนมากส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศสอดคล้องไปกับเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนในเดือนม.ค.64 ที่แม้ว่าปรับตัวลดลงจากมาตรการควบคุมการระบาดอยู่ที่ -4.9% แต่ระดับการลดลงน้อยกว่าในช่วงล็อกดาวน์ปีก่อนในช่วงเดือนเม.ย. 63 ที่ลดลงถึง -15.1% บ่งชี้ว่ามาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมามีส่วนช่วยประคับประคองภาวะการครองชีพของครัวเรือน

ผลสำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด-19    

                นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการสำรวจเพิ่มเติมในกรณีที่มีวัคซีนโควิด-19 เข้ามาในไทย โดยปัจจุบันได้เริ่มมีการฉีดวัคซีนเข็มแรกในไทยแล้ว โดยกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีนจะยังเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งผลสำรวจระบุว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่ต้องการเข้าร่วมฉีดวัคซีนถึง 77.2% บ่งชี้ว่าหากวัคซีนสามารถเข้ามาในไทยได้เร็วกว่าที่กำหนดจะยิ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นและส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น 

                ในระยะข้างหน้าศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มทยอยกลับมา อย่างไรก็ตาม ระดับของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวกลับมาจะยังไม่สามารถกลับมาเท่ากับในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ได้ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่แม้การท่องเที่ยวในประเทศจะช่วยประคับประคองตลาดไว้ได้บางส่วน แต่รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังคงเป็นสัดส่วนใหญ่ที่จะส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าในปี 2564 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 2.0 ล้านคน ภายใต้เงื่อนไขการฉีดวัคซีนทั้งของประเทศไทยและของประเทศต้นทางที่จะเข้ามาเที่ยวในไทยและจำนวนวันในการกักตัว รวมถึงการออกหนังสือรับรองการฉีดวัคซีน (Vaccine passports for COVID-19) ดังนั้น ในช่วงรอยต่อจนกว่าการกระจายวัคซีนจะมีจำนวนมากพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่หรือมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ธุรกิจท่องเที่ยวไทยในปีนี้จึงยังต้องพึ่งพาอุปสงค์จากในประเทศเป็นหลัก (ไทยเที่ยวไทย) โดยล่าสุดภาครัฐเริ่มมีการพิจารณาขยายสิทธิห้องพักเพิ่มอีก 2 ล้านห้อง และระยะเวลาในการใช้สิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน รวมถึงมีการแปลงโครงการเที่ยวไทยวัยเก๋าเป็นโครงการทัวร์เที่ยวไทยโดยขยายอายุในการเข้าร่วมใช้สิทธิ ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและประคองธุรกิจภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการจ้างงานไว้

                โดยสรุปแล้วดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในระดับปัจจุบัน (ก.พ. 2564) และ 3 เดือนฟื้นตัวขึ้นจากเดือนก่อน ขณะที่ในระยะข้างหน้าดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐยังมีความจำเป็นในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะต่อไป

 

 

 

 

You may also like

คปภ. สร้างเกราะป้องกัน “Risk Culture” สำหรับผู้บริหารระดับสูงธุรกิจประกันภัย ปรับตัวได้เร็วรับความเสี่ยง-ความเปลี่ยนแปลง

คปภ. สร้