ฤาประเทศไทยเป็นต้นแบบ “ความสวยงามของประชาธิไตย” แห่งแรกของโลก??

ฤาประเทศไทยเป็นต้นแบบ “ความสวยงามของประชาธิไตย” แห่งแรกของโลก??

ฤาประเทศไทยเป็นต้นแบบ "ความสวยงามของประชาธิไตย" แห่งแรกของโลก??

นายจักรยาน

                เป็นข่าวอับอายขายขี้หน้าไปทั่วโลกที่รับรู้กันไปแล้วว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา  ประเทศที่คุยโวโอ้อวดตลอดว่าเป็น "ประชาธิปไตย" ที่สุดของโลกกลมๆ เอียง ๆ เบี่ยว ๆ ในจักรวาล

                และในที่สุดคนอเมริกันก็เปลือยกายล่อนจ้อน "ประชาธิปไตย" ให้ตนเองให้ชาวโลกได้เห็นว่า เป็นประชาธิปไตยทองแท้  หรือทองม้วน??

                เหตุการณ์ที่ฝูงชนจำนวนหนึ่งโดนปลุกปั่นยุยงจาก "โดนัลด์  ทรัมป์" ที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งประธานาธิบดี บุกเข้าไปยึดอาคารรัฐสภาหรือสภาคองเกรส กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ไม่ให้ที่ประชุมรับรอง "โจ ไบเดน" จากค่ายเดโมแครต ผู้ชนะการเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอเมริกา

                กว่าที่เจ้าหน้าที่ที่มี ตัวย่อ หลายหน่วยงานของสหรัฐอเมริกาจะเข้ามาเคลียร์การก่อจลาจลภายในรัฐสภาได้ก็ใช้เวลาเกือบ 4 ชั่่วโมง  มีผู้เสียชีวิต 5 คนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา และสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้เพียง 50 กว่าคน  อีกหลวยร้อยคหนีกระเจิงไปได้

                ไม่รู้ว่าจะมีการตามจับบรรดาห้วโจกตัวเบิ้ม ๆ ในภายหลังหรือไม่  ก็คงต้องตามติดอย่างกระชั้นชิดว่าจะปล่อยให้ลอยนวลหรอไม่??

                พฤติกรรมการใช้เสรีภาพที่ทำลายภาพประชาธิปไตยของมหาอำนาจโลกจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกปลุกปั่นล้างสมองของ "โดนัลด์  ทรัมป์" ประธานาธิบดีที่กำลังจะหมดอายุการทำงานในวันที่ 20 มกราคม 2564 นี้นั้น

                ไม่มีผู้นำประเทศประชาธิปไตยไหนชื่นชมแม้แต่ประเทศเดียว  และอดีตประธานาธิบดีสหรัฐหลายคนก็ประฌามเหตูการณ์ที่เกิดขึ้น  แม้แต่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ที่สังกัดพรรครีพับลิกันก็ออกมาถล่มว่า  ความน่าอัปยศนี้ทำให้อเมริกากลายเป็น Banana Republic หรือสาธารณรัฐกล้วย  ซึ่่งเป็นเปรียบเทียบอเมริกาว่ากลายเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกที่สามที่ปกครองโดยเผด็จการ

                ที่ผ่่าน ๆ มา สหรัฐอเมริกามักจะส่งออก "ประชาธิปไตย" โดยส่งกองกำลังทหารเข้าไปรุกรานจัดการกับเผด็จการในโลกที่สามให้เป็นประชาธิปไตย จนประเทศนั้น ๆ ยังมีเหตุรุนแรงวุ่นวายไม่รู้จบสิ้น

                นอกจากนี้สื่อของจีนและชาวเน็ตจีนต่างพร้อมใจกันเยาะเย้ยเหตุจลาจลที่อาคารสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาว่าเป็น "กรรม" ที่เคยทำไว้กับประเทศอื่น ๆ  พร้อมทั้งเปรียบเปรยว่าฟองสบู่"ประชาธิปไตย" และ "เสรีภาพ" ของสหรัฐอเมริกาได้แตกแล้ว

                ผลชอง "กรรม" ที่สหรัฐอเมริการได้รับนั้น  ชาวจีนมองว่าเป็นเพราะนักการเมืองสหรัฐหลายคนรวมทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐ ได้ยกย่องชื่นชม "ม็อบฮ่องกง" ที่เข้ายุกทำลายทุบปล้นสิ่งของภายในอาคาร"สภานิติบัญญัติ" ว่าเป็น "ความสวยงามของประชาธิปไตย"

                ซึ่งเหตุจลาจลความรุนรงบริเวณรัฐสภาสหรัฐ ฯ ยังไม่มีนักการเมืองอเมริกาคนไหนออกมาเอ่ยปากว่าเป็น "ความสวยงามของประชาธิปไตย"

                ยกเว้น "โดนัลด์  ทรัมป์" คนเดียว่ที่กล่าวชื่นชมโดยไม่กระดากปากว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็น "ผู้รักชาติ" ??(ฮา)

                ความจริงแล้ว "ความสวยงามของประชาธิปไตย" ที่เกิดขึ้นอาคารรัฐสภาสหรัฐ ฯ เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยแบบอเมริกานั้น เคยเกิดขึ้นที่นี่"ประเทศไทย"มาก่อนเมื่อ 13-14 ปีก่อนโน้น ที่มี"นายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์" ที่นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ต่อจาก "นายสมัคร  สุนทรเวช" ที่กระเด็นจากเก้าอี้ เพราะออกทีวีทำรายการอาหารชวนชิม

                โดย "ม็อบ" ได้เข้าไปบุกยึดอาคารรัฐสภาที่อยู่ใกล้พระที่นั่งอนันตสมาคม  ทำให้บรรดา ส.ส. ทั้่งรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึง "นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์" และรัฐมนตรีหลายคนต้องอพยพหนีออกทางประตูหลังรัฐสภากันชุลมุน

                ในที่สุดก็มีการยึดอำนาจ "รัฐประหาร" จากทหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 แบบไทย ๆ  ที่ทำให้ "รัฐประหาร" มีความสวยงามเช่นกัน โดยประชาชนนำดอกกุหลาบไปมอบให้ทหารและวางดอกไม้บริเวณรถถังที่จอดอยู่ตามสถานที่สำคัญใน กทม.!!

                ที่แน่ ๆ  ประเทศประชาธิปไตยที่เจริญพัฒนาทางสติปัญญาแล้วไม่มีการ "รัฐประหาร" ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิดเหตุการณ์ "ความสวยงามของประชาธิปไตย"!!

                โดยเฉพาะ "ประเทศสหรัฐอเมริกา" ก็ไม่มีทางที่จะเกิด "รัฐประหาร" แน่นอน  มีแต่จะทำร้าย "ประชาธิปไตย" ของตนเองให้ชาวโลกได้หัวเราะเยาะเย้ยถากถาง!!

                ว่าไปแล้ว "ม็อบฮ่องกง" ที่บุกเข้ายึดอาคารสภานิติบํญญัติเมื่อกลางปี 2563 ไม่ใช่เป็น "ความสวยงามประชาธิปไตย" ครั้งแรกที่อุบัติขึ้นมา??

                หรือว่า "ประเทศไทย" อาจเป็นต้นแบบ "ความสวยงามของประชาธิปไตย" แห่งแรกของโลกก็ได้  ฮะ ฮะ ฮ่า!!

                จบข่าว!!

 

 

You may also like

‘แบงก์กรุงเทพ’ก้าวอีกขั้นสู่เทรดไฟแนนซ์ยุคใหม่ ชู ‘Contour’ ตอบโจทย์ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศได้ครบวงจร

‘แ