สายลับเศรษฐกิจ

สายลับเศรษฐกิจ

สายลับเศรษฐกิจ

 

            มูลเหตุของทุกสงครามที่เกิดขึ้นในโลกนับแต่อดีตกาล ล้วนมีต้นตอมาจากปัญหาเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการกรีธาทัพบุกยึดดินแดนต่างชนเผ่า แม้กระทั่งเผ่าเดียวกันก็เถอะ ปลายทางเป้าหมาย คือ ยึดทรัพย์สินเงินทอง ข้าวปลาอาหาร รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งบนดิน ใต้ดิน ในน้ำ ในและใต้ท้องทะเล ทั้งสิ้น!

            วลีที่ว่า…โลกวันนี้และอนาคตจะมีแต่สงครามเศรษฐกิจและการค้า อาจไม่ถูกต้องนัก เพราะสิ่งนี้…มันเกิดขึ้นมายาวนานนับแต่มนุษย์เริ่มสร้างสังคมชนเผ่านั่นแหละ

            รุ่นเราอาจไม่ทันเห็น แต่ก็ศึกษาและหาอ่านได้จากหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้ในรูปของหนังสือและวิดีโอ สมัยสงคราม “มหาเอเชียบูรพา” เมื่อกว่า 80 ปีก่อน ภาพที่นักธุรกิจ พ่อค้า ช่างยนต์ สถาปนิก วิศกร ฯลฯ ถอดเครื่องแบบ “หน้าฉาก” แล้วสวมใส่ชุด “นายทหาร” สังกัดกองทัพของสมเด็จพระจักรพรรดิ์ฮิโรฮิโต แห่งญี่ปุ่น อาจสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนเอเชียและคนไทยในยุคนั้น

            แต่มันคือเรื่องจริง และสิ่งนี้…จะยังปรากฏร่องรอยให้พอได้เห็น แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมายาวนานแล้วก็ตาม

            หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลจีน ที่ต้องการเป็น “Top 3” ของกองทัพทางการทหารและครอบครองอาวุธร้ายแรงของโลก พวกเขาก็เป็นและได้ตำแหน่งนี้…มานานแล้ว แต่โอกาสที่จีนจะขึ้นชั้นเป็น “เบอร์ 1” คงไม่ง่าย? ตราบใดที่ยังมีสหรัฐฯ และรัสเซีย

            แต่กับสงครามเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งชนเผ่าจีนเก่งฉกาจมาแต่โบราณนั้น การที่พวกเขาก้าวขึ้นชั้นเป็น “เบอร์ 1” ของโลก…ก็มิใช่เรื่องยาก ในอดีตพวกเขาก็เคยสร้างปรากฏการณ์ “เส้นทางสายไหม” ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าโลกกันมาแล้ว และวันนี้…พวกเขาก็กำลังจะสร้าง “เส้นทางสายไหมแห่งใหม่” ทั้งบนบกและในทะเลในอีกไม่ช้า

            ปัจจัยที่จะทำให้ฝันของ “ผู้นำจีน” เป็นจริง! คือ การสร้างและเชื่อมโยงเครือข่าย “จีนโพ้นทะเล” ที่กระจายตัวอยู่ในชุมชนคนจีนทั่วโลก เข้ากับแผนยุทธศาสตร์ข้างต้น แล้วผูกโยงด้วยยุทธวิธี “ลับ” บางอย่าง? ซึ่งคงไม่ต่างจากการ…สร้าง-วาง-ส่ง “สายลับทางการทหารและความมั่นคง” ไว้ยังประเทศเป้าหมาย เพียงแต่รอบนี้…เป็น “สายลับทางเศรษฐกิจ”

 

            แล้วคงไม่ใช่…เพิ่งจะมาทำ? หากทำจริง! คงทำกันมายาวนานหลายสิบปีแล้ว ผมมโนเองว่า…คงไม่น้อยกว่า 50 ปี หลายคนอาจสงสัยและมีคำถาม…50 ปีก่อน ยังไม่เห็นแววว่าจีนจะยิ่งใหญ่ในทางเศรษฐกิจเหมือนในวันนี้ แล้วเหตุใดจึงเปลี่ยน “สายลับ” ทางการทหารมาเป็นเศรษฐกิจเล่า?

            อันที่จริงขึ้นชื่อว่า “สายลับ” ก็ต้องทำให้ได้ในทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมายกันมา เพียงแต่หากเป็น “สายลับเศรษฐกิจ” คงไม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องการต่อสู้และใช้อาวุธสงคราม แม้กระทั่ง การพรางตัว นั่นเพราะ “หัวใจสำคัญ” ของสายลับประเภทนี้ คือ ความเป็น “ผู้ทรงภูมิ” และมี “มาดนักธุรกิจ” มากกว่า

            บอกตามตรง ทั้งหมดเป็นเพียง “ข้อสงสัยส่วนตัว?” เพราะ “สายลับเศรษฐกิจ” อาจไม่มีอยู่จริงและไม่เคยเกิดขึ้นกับเมืองไทย

            เพียงแต่ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า…ร้านค้าเล็กๆ ย่านชุมชนจีน ค้าขายเพียงเมล็ดพันธุ์พืช หรือแม้แต่เด็กที่มีพ่อขายหอยทอดและตัวเองเคยวิ่งขายโอเลี้ยง รวมถึงพวกเสื่อผืนหมอนใบ ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเสี่ยงตายในเมืองไทย เมื่อ 50-60 ปีก่อน มาวันนี้…จะเติบโตและยิ่งใหญ่ สร้างอาณาจักรธุรกิจ ระดับ “หมื่นล้าน-แสนล้าน-ล้านล้าน” ได้ในช่วงชีวิตเดียว โดยไม่ได้รับแรงหนุนจากต่างชาติ!

            โอเค…พวกเขาอาจเก่ง ฉลาด ขยัน และมีเครือข่ายที่ดี รวมถึงอาจมีโชคเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่หากพวกเขาไม่ได้รับแรงส่งเสริมและสนับสนุน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งบนดินและใต้ดิน ผ่านการประสานงานกับ “เส้นสาย” ซึ่งต้นทางของพวกเขาได้วางไว้ในทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการผูกมิตรกับ “ผู้ถืออำนาจรัฐ” ในแผ่นดินไทย ล่ะก็

            คนจีนโพ้นทะเลเหล่านี้…ยังจะมีวันนี้อีกล่ะหรือ?

            หากพวกเขาได้รับ “โอกาสพิเศษ” จากหน่วยงานหรือองค์กรต่างชาติแล้ว ยังจะปฏิเสธว่าพวกเขามิใช่ “สายลับเศรษฐกิจ” ได้หรือไม่? และปลายทางภารกิจที่พวกเขาต้อง “ใช้หนี้คืน” ต้นสังกัด คือ การรุกคืบเพื่อครอบครองผลประโยชน์ในเมืองไทยหรือเปล่า?

 

ผมก็แค่สงสัยเท่านั้นเอง!!!.

 

สุเมธ จันสุตะ

 

 

 

You may also like

Massey University  จากนิวซีแลนด์จับมือ ก.ศึกษาฯไทย แลกเปลี่ยน-แบ่งปันความรู้สู่ระดับโลก

Massey U