อันดับที่ดีขึ้น! ไทยต้องแลกกับอะไร?

อันดับที่ดีขึ้น! ไทยต้องแลกกับอะไร?

อันดับที่ดีขึ้น! ไทยต้องแลกกับอะไร?

 

หนึ่งปีก่อนหน้านี้รัฐบาล คสช.และกลุ่มคนในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม เคยแอบดีใจเล็กๆ หลังจากที่ธนาคารโลกเปิดเผยการรายงานผลการวิจัยประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจ (Doing Business 2017) จากเขตเศรษฐกิจและประเทศทั่วโลก 190 ประเทศ โดยปรับระดับความน่าสนใจในการลงทุนของไทย จากเดิมอันดับที่ 49 มาอยู่อันดับ 46 และถือเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากสุดเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน

ครั้งนั้น ถึงขนาดที่ นายอูลริค ซาเกา ผอ.ธนาคารโลกประจำประเทศไทย ออกมาบอกด้วยตัวเอง ทำนองว่า…ไทยมุ่งมั่นต่อการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจแก่นักลงทุนและนักธุรกิจต่างชาติ ทั้งยังเร่งปรับปรุงขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศได้ดีขึ้น โดยหากรัฐบาลไทยจะเร่งปฏิรูปสิ่งนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเร่งการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ พัฒนาแรงงานให้มีทักษะผ่านการศึกษาที่มีคุณภาพ และส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ

เชื่อว่า…สิ่งนี้จะยังคงทำให้ไทยอยู่บนแผนที่ที่น่าลงทุนของนักลงทุนต่างชาติต่อไป สอดรับกับการที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” เคยกล่าวเอาไว้ว่า…รัฐบาล คสช.จะเร่งเดินหน้าปรับปรุงและแก้ไข เพื่อให้อันดับของไทยดีขึ้น โดยตั้งเป้าหมายให้ไทยติด 1 ใน 30 อันดับแรกประเทศน่าทำธุรกิจ

ผ่านไปหนึ่งปี…ผลจากการที่รัฐบาล คสช. และทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำการขับเคลื่อน ผลักดัน และกระตุ้นนโยบายผ่านมาตรการต่างๆ  ทำให้ธนาคารโลกปรับอันดับประเทศไทยใหม่ รอบนี้…เราขยับมาไกลจากอันดับที่ 46 มาเป็นอันดับที่ 26 ทว่าเรายังคงเป็นประเทศที่น่าสนใจในอันดับ 3 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย เช่นเดิม

เบื้องลึกที่ทำให้ไทยกระโดดพรวดมาถึง 24 อันดับนั้น ว่ากันว่า…มันต้องแลกด้วยอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะผลประโยชน์ของชาติ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกา และเข้าพบกับประธานาธิบดี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เป็นหนึ่งในการแลกเปลี่ยนที่ว่านี้…

ประเด็นที่ “ทีมข่าวเศรษฐกิจ” สำนักข่าว ThaiBCCnews อยากถามและตั้งเป็นข้อสังเกตก็คือ…คนไทยและประเทศไทยได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหนจากอันดับที่เพิ่มขึ้น? และมันจำเป็นหรือไม่กับการที่ไทยจะต้องเปิดโอกาสอย่างมากมายให้กับนักลงทุนต่างชาติขนาดนั้น?

ขนาดไหน? ก็ขนาดที่ต้องเปิดประเทศให้ต่างชาติเช่าแผ่นดินไทยยาวนานถึง 99 ปี รวมถึงเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติได้รับสิทธิประโยชน์ ทั้งทางด้านภาษีและการลงทุน มากมายเป็นพิเศษ รวมผลประโยชน์อื่นๆ ที่จะมีตามมาหลังจากนี้

หากสิ่งนี้…มันคือความจำเป็นของรัฐบาล คสช.! “ทีมข่าวเศรษฐกิจ” สำนักข่าว ThaiBCCnews ก็อยากวิงวอนให้รัฐบาล คสช.และนายสมคิด ตระหนักรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ประเทศไทยและคนไทยต้องการ จากการที่ต้อง “ให้มาก” แก่นักลงทุนต่างชาติ

บางอย่างที่ว่า นั่นคือ…พวกเขา (นักลงทุนต่างชาติ) จะต้องถ่ายทอดวิทยาการและเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับคนไทย, การลงทุนใดๆ ของนักลงทุนต่างชาติ จะต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานแห่งผลประโยชน์ของทุกฝ่าย และเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน, กำไรที่เกิดจากการลงทุนและการได้รับสิทธิพิเศษใดๆ นั้น จะต้องไหลกลับมาพัฒนาบ้านเมืองไทยและคุณภาพชีวิตของคนไทย

หากคิดจะมากอบโกย ตักตวง ผลประโยชน์จากผืนดินและทรัพยากรธรรมชาติของไทย ล่ะก็ ระวัง! อาจได้เห็นคนไทยถูกปลุกระดมขึ้นมาเพื่อสกัดกั้นกันอย่างถึงพริกถึงขิงในวันข้างหน้าได้

 

“ทีมข่าวเศรษฐกิจ” สำนักข่าว ThaiBCCnews

 

You may also like

วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดรับสมัคร โครงการคัดเลือกตรง  TCAS2 ประจำปี 2567

วิทยาลัย