อีก 120 วันเปิดประเทศ   แต่แก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเลยข้ามปี??

อีก 120 วันเปิดประเทศ   แต่แก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเลยข้ามปี??

อีก 120 วันเปิดประเทศ   แต่แก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเลยข้ามปี??

นายจักรยาน

                 หลังเคารพธงชาติตอนเย็นเวลา 18.00 น. ของวันที่ 16 มิถุนายน 2564ที่ผ่านมา "ลุงคู่่ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงผ่านทางทีวี.ทุกช่องว่านับจากนี้เป็นต้นไปอีก 120  วันประเทศไทยจะเปิดประเทศ

                คำพูดของ "ลุงตู่" ทำให้ต้องตีความเป็นธรรมดาทางการเมือง  ซึ่งมีการตีความว่านับจากวันที่ "ลุงตู่" ออกมาพูดหน้าจอทีวี. อีก 120 วันก็คือกลางเดือนตุลาคม 2564

                แค่ทว่า "ท่านสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์" รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และ รมว.พลังงาน  ได้พูดให้เกิดความขัดเจนว่า อีก 120 วันที่ "ลุงตู่" พูดนั้นนับจากวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

            ดังนั้นการเปิดประเทศจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ก่อนสิ้นปี 2564 เป็นเวลา 2 เดิอน

                ด้วยเหตุฉะนี้ "ลุงตู่" ก็เลยต้องโดนรุมยำด่าว่าพูดไม่เคลียร์ เรื่องวันเวลาเปิดประเทศก็เลยทำให้เกิดความสับสน

                เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564  เรา ๆ ท่าน ๆ จะได้เห็นความปกติที่เป็นปกติในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนไปทั้งสังคมชาวบ้านและเศรษฐกิจให้ขยับไปได้โดยไม่ติดขัดที่ต้องหยุดชะงัก

                แต่ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นี้จะเริ่มเปิดนักท่องเที่ยงมาเทียวเกาะภูเก็ตเป็นการนำร่องให้นักท่องเที่ยวทุกชาติรวมถึงคนไทยมาจับจ่ายให้ครื้นเครงทางเศรษฐกิจ เพื่อที่เงินจะได้เดินสะพัดหมุนไปหมุนมา

                นอกจากนี้อีก 3 เกาะใน จ.สุราษฎร์ธานีคือ เการะสมุย  เกาะพะงัน และเกาะเต่าจะเริ่มเปิดเกาะตั้งแต่วันที่ 15 กรากฎาคม 2564 เป็นต้นไป

                ถ้าการนำร่อง 4 เกาะดังกล่าวประสบความสำเร็จ  ไม่มีเหตุ "โควิดยมทูต" มารบกวนใจให้มากนัก  ว่ามาว่าในเดือนสิงหาคม 2564 จะเปิดเกาะพีพี  เกาะไหง และไร่เล จังหวัดกระบี่

                ส่วนเดือนกันยายน 2564 จะคิวตามแผนที่กำหด ก็จะเปิดจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี เมืองพัทยา   และบุรีรัมย์ของผู้ยิ่งใหญ่ "เสี่ยเน" เนวิน ชิดชอบ!!

                เดือนตุลาคม 2564  กรุงเทพมหานคร  ก็จะได้เปิดเมืองฟ้าอมรให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาอเมซิ่งไทยแลนด์ รวมไปถึง ชะอำ และหัวหิน  แหล่งท่องเที่ยวขายทะเลยอดนิยมของทั้งขาวไทยและต่างประเทศ

                ดังนั้น วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564  ประเทศไทยทุกจังหวัดก็เปิดประตูกันหมดให้ไปไหนต่อไหนได้ตามสะดวกของชีวิตใครชีวิตมัน

                แต่ก็ยังไม่รู้สินะ ว่าการเปิดประเทศจะมีการออกมาตรการคุมเข้มตามโซนสีห้ามทำกิจกรรมโน่นนี่หรือไม่  เรา ๆ ท่าน ๆ ก็ต้องติดตามชมกัน

                เนื่องจากการทำสงครามกับ "โควิดไวรัสนรก" ของประเทศไทยก็ยังต้องสู้ฟัดกันต่อไปไม่ให้เกิดการระบาดระเบิดเถิดเทิงขึ้นมาอีก

                ดังนั้น จึงเป็น "ความเสี่ยง" ที่รัฐบาล "ลุงตู่" และประชาชนทุกฝ่ายต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อลดความเสี่ยงลงมาให้ได้มากที่สุด

                เนื่องจากไม่่มีประเทศไหนในโลก หรือแม้กระทั่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็บอกไม่ได้ว่าโลกต้องเปิดศึกกับ "โควิด-19" อีกนานเท่าไหร่ แต่ทาง WHO มีการวิเคราะห์ว่าเร็วที่สุดก็อีก 2 ปีข้างหน่้่ากว่าเจ้าไวรัสวายร้ายของโลกจะค่อย ๆ สงบลงไป??

                ฉะนั้น ณ เวลานี้ และเวลาในอนาคต   "วัคซีน" ป้องกันโควิดมหาประลัย จะเป็นปัจจัยสำคัญว่าที่ประเทศไทยสั่งเข้ามาฉีดฟรีให้กับประชาชนมีจำนวนพอเท่ากับเป้าหมายที่จะฉีดให้แก่ประชาชนครบ 50 ล้านคนตามเป้าภายในสิ้นปีนี้หรือไม่

                ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้  การเปิดประเทศก็สามารถเดินหน้่าไปได้ด้วยความราบรื่นแบบที่ "ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์" ท่านอลงกรณ์  พลบุตร กล่าวไว้เป็นคำศัพท์เป็นภาษาปะกิตว่า Next Normal

                แต่ช้าแต่..ถ้า "วัคซีน" ที่ส่งเข้ามาขาดตอนในบางเวลา   มีการดีเลย์ต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปไม่ว่าผู้สูงวัย ผู้มีโรคอยู่ในกลุ่มเสี่ยง  และประชาชนทุกกลุ่ม  ก็ส่งผลให้การเปิดประเทศตะกุตะกักแน่??

                จึงเป็น "ความเสี่ยง" ของประเทศไทยที่ "ลุงตู่" จะต้องหาวิธีแก้ปัญหาให้ทันท่วงทีรวดเร็วทันใจของใจประชาชนทุกกลุ่ม!!

                ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวที่ "ลุงตู่" หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องถูกรุมยำด้วยประดิษฐ์คำด่าใหม่ ๆ!!

                การเมืองเรื่องเปิดประเทศมาพร้อม ๆ กับการเมืองเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วม่ฝ่ายค้านเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมยื่นต่อ "ท่านชวน หลีกภัย" ประธานรัฐสภา ไปเรียบร้อยแล้ว

            ซึ่งพรรคพลังแป้งมัน..ประทานโทษ..พลังประชารัฐ  เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา 

                ส่วนพรรคฝ่ายค้าน  มีทั้งเสนอเป็นรายมาตรา  และให้แต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

            ประเด็นที่่ส่วนใหญ๋มีความเห็นตรงกันก็คือ  การเลือกตั้งให้ใช้บัตร 2 ใบ โดยให้ประชาชนเลือกพรรคที่ชอบ  เลือกคนที่รัก

                และที่ "ฝ่ายค้าน" เห็นแย้งกันก็คือ ให้แก้ไขห้าม ส.ว.ยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตัวนายกรัฐมนตรี  แต่ "ซีกรัฐบาล" ไม่แตะต้องยังโอเคให้ ส.ว.ร่วมโหวตยกมือเลือกนายกรัฐมนตรีได้เหมือนเดิม

                อ๊ะ อ๊ะ แต่ "พรรคก้าวไกล" ไม่ค่อยเห็นตรงกันกับ พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องให้เลือกตั้งใช้บัตร 2 ใบ ยังคงเห็นว่าให้ใช้บัตรใบเดียวแบบเดิมของรัฐธรรมนูญปี 60

                ก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่า  การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา "พรรคอนาคตใหม่" ในอดีตที่แปรสภาพเป็น "พรรคก้าวไกล" ในปัจจุบันนี้ ได้ประโยชน์จากบัตรใบเดียวที่ทุกคะแนนไม่ตกน้ำไปไหนจนพรรคตัวเองที่ได้จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์มากมายแบบไม่นึกไม่ฝัน??

                ด้วยเหตุฉะนั้น  จึงไม่ต้องแปลกใจอะไรที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า พรรคการเมืองทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน  ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญเพือประโยชน์ทางการเมืองของพรรคตนเอง ไม่ใช่เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

                พรรคการเมืองและนักการเมืองมักจะอ้างเป็นตัวแทนของประชาชน ก็เลยอ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชน!?!

                ประชาชนทั้งประเทศส่วนใหญ่ก็รู้สึกเฉย ๆ ที่ถูกอ้างตลอดเวลา  ไม่ว่าอะไรเชิญอ้างไปได้ตามสบาย

                ดังนั้น การทำประชามติ เท่านั้นที่จะรู้ความจริงว่าประชาชนทั้งประเทศว่าอยากให้การเมืองไทยเป็นไปแบบไหน!!

                ถ้าพรรคการเมืองไม่ยอมรับผล "ประชารมติ"ออกมาโวยวาย  ย่อมแสดงว่าพรรคการเมืองหรือนักการเมืองนั้น ๆ มีจิตวิญญาณประชาธิปไตยจอมปลอม เพราะไม่รับฟังเสียงของคนส่วนใหญ่ตามระบอบประชาธิปไตยสากล!!

                ณ วินาทีนี้่  ยังไม่มีใครตอบได้ว่าผลของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นไปในรูปแบบใด??

                และไม่มีทางเร็วกว่าการเปิดประเทศที่ใช้เวลา 120 วัน  รับประกันได้เลยว่าเปิดประเทศแล้ว  การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังไม่จบ

            ที่แน่ ๆ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเจ้าปัญหาจะต้องเยิ่นเย้อยื้อยุดฉุดกระชากเล่นเกมกันไปมาข้ามไปถึงปี 2565 แน่นอน

            ทราบแล้วเปลี่ยน!!

 

You may also like

ซิตี้แบงก์ฉายภาพ ศก.โลกครึ่งปีหลัง-คาดทั้งปีโต 5% “สหรัฐ-จีน”ชิงฟื้นก่อน มองบวกลงทุนหุ้น-คงน้ำหนักลงกลุ่ม ESG 

ซิตี้แบง