“เกษตร”ผนึก “จุฬาฯ”เดินหน้า 4.0 ลุยผลิตวัคซีนสัตว์จากพืช-เร่งเมืองนวัตกรรมแก่งคอยหวังสะพัด 2,500 ล.

 “เกษตร”ผนึก “จุฬาฯ”เดินหน้า 4.0 ลุยผลิตวัคซีนสัตว์จากพืช-เร่งเมืองนวัตกรรมแก่งคอยหวังสะพัด 2,500 ล.

 “เกษตร”ผนึก “จุฬาฯ”เดินหน้า 4.0

ลุยผลิตวัคซีนสัตว์จากพืช-เร่งเมืองนวัตกรรมแก่งคอยหวังสะพัด 2,500 ล.

                “เฉลิมชัย” จับมือ”จุฬาฯ. ขับเคลื่อนเทคโนโลยีเกษตร4.0เดินหน้า”ผลิตวัคซีนลัมปิสกินจากพืชเป็นโครงการเร่งด่วนตามด้วยซิลิคอนวัลเลย์เกษตรไฮเทคเมืองนวัตกรรมแก่งคอยตั้งเป้าสร้างรายได้2,500ล้าน

                ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังนำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ.ประชุมหารือร่วมกับศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุม202 ชั้น 2 อาคารจามจุรี 4 สำนักงานอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรรมระหว่างกระทรวงเกษตรกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโครงการแรกคือการผลิตวัคซีนสัตว์ด้วยเทคโนโลยีโปรตีนพืช(Plant based Protein)เริ่มจากวัคซีนลัมปิสกินซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ในไทย ที่แพร่ระบาดในโค-กระบือหลายสิบจังหวัดและต้องนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีนี้ในการผลิตวัคซีนสำหรับสัตว์โดยกรมปศุสัตว์และบริษัทใบยาไฟโตฟาร์ม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพร้อมดำเนินการทันทีโดยวางเป้าการผลิตเพื่อใข้ในประเทศทดแทนการนำเข้าและขยายสู่การส่งออก นับเป็นประเทศแรกๆของโลกที่ใช้เทคโนโลยีโปรตีนพืชผลิตวัคซีนสัตว์โดยทีมนักวิจัยของไทย

                “ วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์วันหนึ่ง ที่สำคัญต่อการพลิกโฉมหน้าภาคเกษตรกรรมของไทย เมื่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตกลงจับมือร่วมทำงานกับกระทรวงเกษตรฯ. เพราะการพัฒนาภาคเกษตรในยุคปัจจุบันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำต้องใช้วิทยาการและเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญ นอกจากนี้จะมีโครงการความร่วมมืออื่นๆที่สำคัญเช่นโครงการพัฒนาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ,โครงการส่งเสริมสตาร์ทอัพเกษตร,โครงการพัฒนาฮาลาล , โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง โครงการการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่(Young Smart farmer ) เป็นต้น รวมทั้งการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ขอฝากไว้เป็นพิเศษโดยมอบหมายให้ที่ปรึกษาอลงกรณ์ พลบุตรในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารAICเป็นผู้ประสานงานกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้งนี้จะมีการทำเอ็มโอยู.ภายในสัปดาห์หน้า

                ทางด้านศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยินดีและพร้อมร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเต็มที่ในการต่อยอดการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาภาคเกษตรกรรมโดยทันทีโดยเฉพาะการพัฒนาวัคซีนสัตว์จากพืชเป็นโครงการนำร่องโครงการแรกรวมทั้งเสนอให้กระทรวงเกษตรฯ.ใช้พื้นที่ของสยามสแควร์อินโนเวชั่นดิสตริคท์(Siamsquare Innovation District)ในการนำเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมมาเปิดแสดงและสาธิตต่อยอดการลงทุนนวัตกรรมใหม่ๆของศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(AIC)ทั่วประเทศ รวมทั้งการดำเนินโครงการแก่งคอยอินโนเวชั่นดิสตริคท์(Kaengkoi Innovation District (KID)โครงการเกษตรอัจฉริยะ( Smart Farming), โครงการสมาร์ท โอท็อป(Smart OTOP), โครงการดิจิตอลไอทีวัลเลย์(Digital IT Valley),

                นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า โครงการความร่วมมือที่จะตามมาโดยเร็วคือโครงการพัฒนาแก่งคอยอินโนเวชั่นดิสตริคท์หรือเมืองนวัตกรรมแก่งคอยในพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่อำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรีจะร่วมกันพัฒนาคล้ายกับซิลิคอนวัลเลย์(Silicon Valley)ในสหรัฐอเมริกาที่ริเริ่มดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด(Stanford University) ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีสตาร์ทอัพกว่า200บริษัทที่พร้อมต่อยอดการลงทุนสตาร์ทอัพกลุ่มเทคโนโลยีเกษตรและอาหารรวมทั้ง(FoodtechและAgritech Start-Up)โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งเป้าหมายเบื้องต้นจะสร้างคนสร้างงานสร้างรายได้กว่า2,500ล้านบาท

                สำหรับคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ.ประกอบด้วย นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองปลัดกระทรวง ผู้ช่วยปลัดกระทรวง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรมปศุสัตว์ รองอธิบดีกรมประมง รองอธิบดีกรมวิชาการ คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีเป็นต้น

                ส่วนคณะผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประกอบด้วย รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี และทีมนักวิจัยอีกหลายคน

 

You may also like

ชี้นักลงทุนในอาเซียนยุคโควิด เน้นสุขภาพการเงิน-การออมมากขึ้น

ชี้นักลง