เมื่อการเมืองน้ำเน่าผสมกับการไร้ภาวะผู้นำโลก “ไวรัสโควิด-19″ก็เลยเริ่งร่า!!

เมื่อการเมืองน้ำเน่าผสมกับการไร้ภาวะผู้นำโลก “ไวรัสโควิด-19″ก็เลยเริ่งร่า!!

 

เมื่อการเมืองน้ำเน่าผสมกับการไร้ภาวะผู้นำโลก "ไวรัสโควิด-19"ก็เลยเริ่งร่า!!

นายจักรยาน

          ผ่านไปแล้ว 3 เดือนที่ "ไวร้สโควิด-19" แผ่พิษอำมหิตทำลายล้างชีวิตมนุษย์โลกในขณะนี้ไปกว่า 2 แสนคน และมีผู้ติดเชื้อไวรัสมหาวายร้ายนี้ถึง 3 ล้านกว่าคน

          โดยประเทศสหรัฐอเมริกายังรักษามาตรฐานการเป็น"มหาอำนาจ" เป็นที่ 1 ของโลก โดยมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อถึงล้านกว่าคน และมีผู้ที่ต้องสังเวยชีวิตรายวันนับพันราย

            จึงต้องขอแสดงความยินดีต่อ "ท่านประธานาธิบดีทรัมป์" ที่จัดการกับเจ้าเชื้อมฤตยูใหม่ของโลกแบบแหวกแนวไม่สน "สุขภาพ" ของเพื่อนร่วมชาติ  จนได้รับการยกย่องเป็นประเทศมหาอำนาจที่ 1 ของโรคโควิด-19

            นอกจากนี้  ท่านผู้นำ"ทรัมป์" ที่่ไร้ประสิทธิภาพในการป้องกัน "ไวรัสมัจจุราช" ในประเทศตนเอง แถมโยนความผิดไปให้ "ประเทศจีน" ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ "ไวรัศพญายม" หลุดจากห้องปฏิบัติการ "เมืองอู่ฮั่น" จนอาละวาดไปทั่วโลก

            พร้อมทั้งจะเรียกค่าเสียหายจาก "ประเทศจีน" ที่ปล่อย "ไวร้สโควิด-19" มาเข่นฆ่าชีวิตของชาวอเมริกันจำนวนมากมายกว่าประเทศใด ๆ

            แถมกล่าวหาดื้อ ๆ ว่า "ประเทศจีน"ใช้อาวุธ "ไวรัสมรณะ" เป็นเครื่องมือสกัดกั้นไม่ให้ตัวเองได้รับเลือกตั้งเป็น "ประธานาธิบดี" สม้ยที่ 2 ในปี 2564

            แต่ช้าแต่..สำนักข่าวกรองของสหรัฐได้ล้วงลึกข้อมูลต่าง ๆ ของ "ไวรัสโควิด-19" ไม่พบว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ที่จงใจใช้เป็นอาวุธทำล้างผู้่คนในเวลานี้  แต่ขอเวลาสืบค้นหาความจริงต่อไป

            เสมือนเป็นการหักล้างคำพูดของ "ประธานาธิบดีทรัมป์" ที่ยืนยันว่ามาจาก "เมืองอู่ฮั่น" ประเทศจีน ไม่สนเหตุผลอื่น ๆ

            ด้วยเหตุฉะนี้และฉะนั้น เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ(UN) มองเห็นสถานการณ์แพร่กระจายของ "ไวร้สล้างโลก" ที่ยังไม่สามารหยุดยั้งให้สงบลงได้ก็ได้แต่ถอนหายใจ

            โดยระบุว่า เป็นเพราะการไร้ภาวะผู้นำของชาติมหาอำนาจต่าง ๆ ในการร่วมมือกันในป้องกันสกัด "ไวรัสโควิด-19" ได้สงบลง

            จากสถานการณ์เจ้าเชื้อไวรัสมหันตภัยที่ได้ออกฤทธิ์เดชทำลายล้างมนุษย์เป็นแสน ๆ คนในขณะนี้  ถ้าผู้นำประเทศที่ได้ชื่อว่าพัฒนาแล้วแสดงบทบาทแบบไร้วุฒิภาวะ โดยไม่ร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวในการสยบความคลั่งของ "ไวรัสยมทูต" อาจจะปลิดชีพมนุษย์ถึงล้านคนได้ในไม่ช้านี้!!

            บางประเทศแล้วที่พัฒนาแล้วทางด้ายวัตถุปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม  ใครโชคดีก็รอดจาก "ไวรัสโควิด-19" ใครโชคดีก็เด็ะสะมอเร่จาก"ไวรัสมรณะ"!!

            สำหรับที่นี่ประเทศไทยได้รับคำชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก(WHO)ว่า มีระบบมาตรฐานการป้องกันการแพร่เชื้อของ"ไวรัสวายร้าย" ได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดองที่นานาประเทศควรนำมาเลียนแบบ

            แต่ก็แปลกดีนะ "การเมือง" กลับไม่ชอบขี้หน้า"โควิด-19" เพราะนักการเมืองอ้างเหตุไม่มีเสรีภาพจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของ "ลุงตู่" ต่ออีก 1 เดือนไปสิ้นสุดในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563

            โดยเฉพาะนักการเมืองฝ่ายค้านและฝ่ายแค้นที่ได้เรียกร้องให้ "ลุงตู่" เปิดประชุมสภา ฯ สมัยวิสามัญ เพื่อให้ ส.ส.มาถกแก้ปัญหาในที่ประชุม

            ซึ่งคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือ "วิปรัฐบาล" ได้ประชุมหารือตามข้อเรียกร้องให้ "ฝ่ายค้าน" แล้วก็มีมติว่าไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการเปิดประชุมสภา ฯ วิสามัญ

            เนื่องด้วยนักการเมืองรู้ทันเกมกัน  "ฝ่ายค้าน" ย่อมรู้ว่า "ฝ่ายค้านและแค้น"ไม่สามารถหาเหตุการป้องกัน "ไวรัสโควิด-19"มารุมถล่มโจมตีรัฐบาล "ลุงตู่" ได้

            ก็เลยหวังแบบเพื่อฟลุ้คว่าอาจมีโอกาสกระแนะกระแหนแขวะเสียดสีภาวะผู้นำ "ลุงตู่" ในที่ประชุมสภา ฯ เพื่องัดสารพัดเรื่องต่าง ๆ โยงให้เป็นคนละเรื่องเดียวกัน

            ทั้ง ๆ ที่ "ฝ่ายค้าน" รู้ว่าอีกไม่ถึงเดือนสภา ฯ ก็จะเปิดประชุมสภา ฯสมัยที่ 2 ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 แต่ก็เพียงต้องการสร้างประเด็นข่าวขึ้นมาว่า "ฝ่ายค้าน" ห่วงใยพ่อแม่พี่น้อง??

            มีหลายกระแสวิเคราะห์ตรงกันว่า เปิดประชุมสภา ฯ ปุ๊บ เชื่อได้เลยว่าบรรดา ส.ส.แต่ละฝ่ายจะเปิดศึกทำสงครามน้ำลายผลกระทบทางด้านปากท้องของชาวบ้านจากวิกฤติ"ไวร้สอสูรกาย"

            ประเด็นสำคัญอันดับแรกที่ "ฝ่ายค้าน"เขื่อว่าจะพุ่งเป้าอัด "ลุงตู่" ในเรื่องปัญหาการเยียวยา 5,000 บาท

            เนื่องจากมาตรการเยียวยาดังกล่าวมีปัญหาชักช้า มั่วอุตลุต ไม่ทันการกับผู้ที่เดือดร้อนเป็นเดือน ๆ  และช้อมูลของผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากของรัฐบาลก็ไม่ครอบคลุมได้ทั้งหมด  ทำให้มีผู้ที่ตกหล่นไม่ได้รับความช่วยเหลือเป็นล้าน ๆ คน

          เพราะฉะนั้นจึงเป็นโอกาสทอง "ฝ่ายค้าน" ที่จะใช้ทั้งฝีมือและฝีปากในการชำแหละการช่วยเหลือประชาชนที่ตกหล่นจากการเยียวยาเกิดความรู้สึกร่วมกันว่านโยบายของรัฐที่โฆษณาว่า "เราไม่ทิ้งกัน" กลายเป็น "เราทิ้งกัน"??

          ถ้า "ฝ่ายค้าน" โชว์บทบาทไม่ไร้วุฒิภาวะ  ก็จะส่งผลให้คะแนนเสียงของฝ่ายตนกระเตื้องขึ้นมาได้นะ จะบอกให้!?!

 

 

You may also like

Massey University  จากนิวซีแลนด์จับมือ ก.ศึกษาฯไทย แลกเปลี่ยน-แบ่งปันความรู้สู่ระดับโลก

Massey U