เมื่ออนาคตไล่ล่าและมาเร็ว

เมื่ออนาคตไล่ล่าและมาเร็ว

เมื่ออนาคตไล่ล่าและมาเร็ว

 

            หลายสิบปีก่อน…คนในองค์กรธุรกิจผู้ผลิตฟิล์มถ่ายรูปชั้นนำของโลก คิดค้นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดยามนั้น นั่นคือ กล้องดิจิทัล แต่เพราะความเป็น “เจ้าตลาดโลก” ครองมาร์เก็ตแชร์ธุรกิจฟิล์มมากกว่าครึ่ง ทำให้โครงการนี้จำต้องชะลอตัวกันไป สุดท้าย…เทคโนโลยีตัวนี้ หลุดออกสู่โลกภายนอก ก่อเกิดปฏิกริยา “บูมเมอร์แลง เอฟเฟ็กต์” กลายเป็นว่า…เจ้าของเทคโนโลยีกล้องดิจิทัลยุคแรกแท้ๆ กลับต้องล้มหายตายจากไปจากสารบบธุรกิจ ทั้งกล้องและฟิล์มถ่ายถ่ายรูป

            ตามๆ กันมา ใครกันจะคิดว่า…สมาร์ทโฟน จะเกิดขึ้นจริงและมาเร็วจนคาดไม่ถึง? อย่างน้อย “เจ้าตลาด” ผู้ผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค 2G ฟากสแกนดิเนเวีย ก็คงไม่คาดคิด พวกเขาจึงไม่ได้เตรียมการ “รับมือ” เทคโนโลยีขั้นสูงนี้ นั่นเพราะไม่เพียง…สมาร์ทโฟน ยังคงมีต้นทุนผลิตและราคาจำหน่ายที่แพงมหาศาล ขณะเดียวกันเทคโนโลยีการสื่อสารอย่าง “อินเตอร์เน็ต” ก็ยังไม่ครอบคลุม รวดเร็ว แรง และกว้างไกล เช่นเป็นอยู่ในวันนี้

            สุดท้ายเจ้าตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค 2G รายนั้น…ก็แทบล้มละลาย กว่าจะพลิกฟื้นและกลับลำนำตัวเองมาสู่โลกการค้าสมาร์ทโฟน ก็ต้องต่อแถวรายอื่นๆ ที่มีค่ายใหญ่จากฟังเอเชียและสหรัฐอเมริกาครองตลาดอยู่

            “ทีมข่าวเศรษฐกิจ” สำนักข่าว ThaiBCCnews เชื่อว่า…2 กรณีศึกษาข้างต้น ยังไม่ใช่ความรุนแรงแท้จริง! ที่จะส่งผลสะเทือนต่อภาพรวมธุรกิจและอุตสาหกรรมของโลก เหมือนเช่นที่ “แจ๊คหม่า” ชาวจีนผู้ได้รับฉายาว่าเป็น…เจ้าพ่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซของโลก กำลังดำเนินการอยู่ ณ เวลานี้

            ไม่เพียง…คำประกาศ “ทำลายล้างอย่างสร้างสรรค์” ลบเมืองเงินสดออกไปจากสารบบ เพื่อเปลี่ยนไปเป็น “เมืองไร้เงินสด” เริ่มจาก 2 เมืองทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน คือ เทียนจิน (เทียนสิน) และ ฝูโจว (ฟูเจา) หากโครงการนำร่องประสบผลสำเร็จ เราอาจได้เห็นประเทศจีนทั้งประเทศ และคนจีนกว่า 1.3 พันล้านคน เลิกใช้เหรียญเงินและธนบัตรกันไปเลย

            แต่เร็วกว่านั้น และกำลังจะเกิดขึ้นในเมืองจีน ซึ่งเป็นอีกผลงานโดดเด่นของ “แจ๊คหม่า” นั่นคือ ร้านค้าปลีกไร้พนักงานเริ่มก่อสร้าง ที่จะเปิดให้บริการในกลางปี 2561 รูปแบบธุรกิจใหม่นี้…จะไม่มีพนักงานประจำร้าน ไม่มีคนคอยแนะนำหรือให้บริการ ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ลูกค้าทำเพียงแค่…ใช้สมาร์ทโฟนทำการสแกนคิว “อาร์โค้ด” ก่อนเข้าร้าน ข้อมูลทางการเงินของลูกค้าจะถูกบันทึกเก็บไว้รอการชำระเงิน ซึ่งเมื่อลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการชื่นชอบสินค้าตัวไหน ก็หยิบสินค้าชิ้นนั้นออกไป ระบบจะทำการหักเงินอัตโนมัติผ่านระบบออนไลน์

 

แน่นอนว่า…สิ่งที่เกิดกับเมืองจีน ย่อมกระทบไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่เมืองไทย ว่าแต่…เมืองไทย ทั้งคนไทยและรัฐบาลไทย เตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมการรับมือกับสิ่งนี้ได้แค่ไหน? อย่าลืมว่า…ยามนี้ ผู้คนบนโลกกำลังถูกอนาคตตามไล่ล่า และมัน…ก็มาเร็วเกินกว่าจะคาดคิดได้ทัน!.

 

ทีมข่าวเศรษฐกิจ

สำนักข่าว ThaiBCCnews

You may also like

Massey University  จากนิวซีแลนด์จับมือ ก.ศึกษาฯไทย แลกเปลี่ยน-แบ่งปันความรู้สู่ระดับโลก

Massey U