“โนเกีย”ร่วมมือ “เอสที เอ็นจิเนียริ่ง” สร้างโครงข่ายสื่อสารระบบรถไฟฟ้า BEM เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

“โนเกีย”ร่วมมือ “เอสที เอ็นจิเนียริ่ง” สร้างโครงข่ายสื่อสารระบบรถไฟฟ้า BEM เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

“โนเกีย”ร่วมมือ “เอสที เอ็นจิเนียริ่ง”

สร้างโครงข่ายสื่อสารระบบรถไฟฟ้า BEM

เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

  • การติดตั้งโซลูชัน Internet Protocol/Multi-Protocol Label Switching (IP/MPLS) โดยใช้อุปกรณ์โครงข่ายหลักระหว่างสถานีจากโนเกีย จะช่วยให้การเดินรถไฟฟ้าสายสีส้มในกรุงเทพฯ มีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ และปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับระบบสื่อสารของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม

  • บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ยังได้รับประโยชน์จากการลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงานโครงข่าย การยกระดับความปลอดภัย และการมองเห็นภาพรวมเครือข่ายที่ดีขึ้น

  • โซลูชันของโนเกียประกอบด้วยเครือข่าย Backbone Transmission Networks (BTN) ความจุสูง พร้อมทั้งระบบบริหารจัดการบริการโครงข่าย ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการสื่อสารของระบบรถไฟที่มีความต้องการจำเพาะ

โนเกีย (Nokia) ประกาศความร่วมมือกับ ‘เอสที เอ็นจิเนียริ่ง’ (ST Engineering) และ ‘เฟิรส์วัน ซิสเต็มส์’ (First One Systems) ในการออกแบบและติดตั้งเครือข่ายสื่อสารของระบบรถไฟฟ้า – Backbone Transmission Network (BTN) ที่ใช้เทคโนโลยี IP/MPLS สำหรับโครงการรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายสีส้ม ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยโครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2573 ซึ่งเมื่อดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ โซลูชัน IP/MPLS ของโนเกียจะช่วยให้ BEM มีโครงข่ายสื่อสารของระบบรถไฟฟ้าที่มีความจุสูง หน่วงเวลาต่ำ เสถียรภาพสูง และปลอดภัย รองรับการใช้งานที่สื่อสารที่สำคัญกับระบบรถไฟ และรวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นอื่นๆ อาทิเช่น ระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ระบบประกาศสาธารณะ จอแสดงข้อมูลผู้โดยสาร ระบบวิทยุสื่อสาร ตลอดจนระบบควบคุมและเก็บข้อมูลการทำงาน (SCADA)

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร จะเชื่อมต่อพื้นที่ในแนวตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ โดยมีทั้งส่วนที่วิ่งในอุโมงค์ใต้ดินและบนทางยกระดับเหนือพื้นดิน ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่นำมาใช้นี้สอดคล้องกับแนวโน้ม ที่ระบบรถไฟทั่วโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของการให้บริการ

นายเทิดศักดิ์ กิจจาธิการกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟิรส์วัน ซิสเต็มส์ จำกัด กล่าวว่า “ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำคัญนี้ ร่วมกับโนเกีย และเอสที เอ็นจิเนียริ่ง โดยนำความเชี่ยวชาญและศักยภาพด้านการบูรณาการระบบของเฟิรส์วัน ซิสเต็ม มาสนับสนุนวิสัยทัศน์ของ BEM ในการพัฒนาการขนส่งทางรางของกรุงเทพฯ ให้ปลอดภัยและชาญฉลาดยิ่งขึ้น”

“ด้วยความเข้าใจอย่างรอบด้านในปริบทของประเทศไทยของเรา ผสานกับเทคโนโลยีอันเป็นที่ยอมรับระดับโลกของโนเกีย และความเป็นเลิศด้านการบูรณาการระบบต่างๆที่ใช้ในระบบรถไฟฟ้าของเอสที เอ็นจิเนียริ่ง เรามั่นใจว่าระบบสื่อสารที่มีความสำคัญยิ่งนี้ จะได้มาตรฐานสากลสูงสุด”

นายสจวร์ต เฮนดรี (Stuart Hendry) รองประธานฝ่ายการขาย Network Infrastructure สำหรับลกค้าองค์กร บริษัท โนเกีย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “โครงการรถไฟฟ้าขนาดใหญ่และซับซ้อน ไม่ได้ต้องการแค่ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังต้องการการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อระหว่างพันธมิตรด้วย

การร่วมมือกันระหว่างเอสที เอ็นจิเนียริ่ง และเฟิร์ส วัน ซิสเต็มส์ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทั้งด้านวิศวกรรมและโซลูชัน ที่ทำให้ BEM มั่นใจที่เลือกเราเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่สำคัญนี้ ด้วยประสบการณ์จากการทำงานในโครงการรถไฟฟ้าจากที่ต่างๆ เราสามารถมองเห็นความท้าทายล่วงหน้าและส่งมอบโซลูชันที่ได้มาตรฐานระดับโลก”

ภายใต้โครงการนี้ โนเกียจะพัฒนาโครงข่าย Backbone Transmission Network (BTN) จำนวน 2 ระบบ ที่ขนาดความจุ 10Gbps และ 40Gbps เพื่อรองรับการสื่อสารความเร็วสูงทั้งเสียง ข้อมูล และวิดีโอ ระหว่างสถานีในโครงข่ายกับศูนย์ควบคุมการเดินรถ (OCC) โดยโซลูชันดังกล่าวประกอบด้วยอุปกรณ์ Nokia 7250 Interconnect Router, Nokia 7210 Service Access System, Nokia Service Platform(NSP) ตลอดจนการทำงานจากมืออาชีพครบวงจร ซึ่งจะช่วยให้ BEM ลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงานและบำรุงรักษา พร้อมเพิ่มความสามารถในการติดตามประสิทธิภาพของเครือข่ายได้แบบเรียลไทม์

เกี่ยวกับโนเกีย

ที่โนเกีย เราสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ช่วยให้โลกก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน

ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี B2B โนเกียเป็นผู้บุกเบิกเครือข่ายอัจฉริยะที่สามารถตรวจจับ คิด และตอบสนองได้ ผ่านความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมทั้งด้านเครือข่ายไร้สาย เครือข่ายแบบมีสาย และคลาวด์ นอกจากนี้ เรายังสร้างคุณค่าผ่านทรัพย์สินทางปัญญาและงานวิจัยระยะยาว นำโดย Nokia Bell Labs ห้องปฏิบัติการที่ได้รับรางวัลระดับโลก ซึ่งปีนี้ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม

ด้วยสถาปัตยกรรมแบบเปิดที่สามารถผสานเข้ากับทุกระบบนิเวศได้อย่างไร้รอยต่อ เครือข่ายสมรรถนะสูงของโนเกียช่วยสร้างโอกาสใหม่ในการขยายธุรกิจและเพิ่มมูลค่า ผู้ให้บริการ ผู้ประกอบการ และพันธมิตรทั่วโลกต่างไว้วางใจโนเกียในการส่งมอบเครือข่ายที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และยั่งยืนในวันนี้ พร้อมร่วมกันสร้างบริการดิจิทัลและแอปพลิเคชันแห่งอนาคต

You may also like

จับตา“บอนด์ยีลด์ไทย”อายุ 10 ปี ปรับสูงขึ้น หลังเลือกตั้ง 2569

จับตา