ไฟเขียว!“กรมเจ้าท่า”เดินหน้า ท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ 1.2 หมื่นล้าน แหลมหินคม เกาะสมุย

ไฟเขียว!“กรมเจ้าท่า”เดินหน้า ท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ 1.2 หมื่นล้าน แหลมหินคม เกาะสมุย

ไฟเขียว!“กรมเจ้าท่า”เดินหน้า

ท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ 1.2 หมื่นล้าน

แหลมหินคม เกาะสมุย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เยี่ยมชม “โครงการพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) บริเวณแหลมหินคม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี” โดยมี นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า และนายนรินทร์ศักย์ สัทธาประสิทธิ์ รองอธิบดี ด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ และผู้บริหาร ให้การต้อนรับและรายงานผล โครงการพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) บริเวณแหลมหินคม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวและได้รับการจัดอันดับเป็นเกาะที่มีความสวยงามและได้รับความนิยมติดลำดับ 1 ใน 20 ของโลก ซึ่งมีเรือสำราญเข้า-ออก เป็นจำนวนมาก เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในด้านการท่องเที่ยวและการคมนาคมทางน้ำของประเทศ

กรมเจ้าท่า ได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) ซึ่งพื้นที่บริเวณแหลมหินคม ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความเหมาะสมในการพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญ ซึ่งกรมเจ้าท่าได้ทำการศึกษาแล้วเสร็จและได้มีการออกแบบพื้นที่โครงการ ซึ่งมีขนาด 47 ไร่ 3 งาน 6 ตารางวา ประกอบด้วย พื้นที่บนชายฝั่ง มีอาคารบริการที่จอดรถ และถนนสาธารณะ พื้นที่นอกฝั่ง มีอาคารผู้โดยสาร 3 ชั้น ท่าเรือยอร์ช ท่าเรือเฟอร์รี่ และสะพานขึง โดยเสนอให้พัฒนาท่าเรือฯ ในรูปแบบร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีค่าลงทุนและค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาโครงการ 12,172 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการลงทุนของภาครัฐ 6,538 ล้านบาท และภาคเอกชน 5,634 ล้านบาท โดยมีความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจตลอดอายุโครงการถึง 46,000 ล้านบาท ผลประโยชน์ที่ได้จากโครงการ ฯ คาดสามารถรองรับนักท่องเที่ยว 180,000 คน ต่อปี รองรับเรือ Cruise 120 เที่ยวเรือ ต่อปี โดยโครงการ จะสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยกว่าวันละ 5,000 บาท ต่อคน

ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเสนอขออนุมัติโครงการจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เพื่อทำ PPP โดยนายกรัฐมนตรีได้กำหนดให้เสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรีภายในปี 2567 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน

ทั้งนี้ ในระยะต่อไป คาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนยื่นข้อเสนอ และลงนามในสัญญาร่วมทุนได้ภายในปี 2569 ถึง 2570 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี (ปี 2570 ถึง ปี 2572) ซึ่งท่าเรือจะสามารถเปิดให้บริการ ได้ในปี 2572

You may also like

“ดร.มนพร”หนุนเครือข่ายภาคประชาชน เปิดอบรมเครือข่ายอาสาวารี รุ่นที่ 44 นครพนม บูรณาการความปลอดภัยทางน้ำ สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม

“ดร.มนพร