คำทำนายจาก “นางสงกรานต์” ปีนี้้นอนหลับตาบนหลังหมู  แต่การเมืองไม่ใช่เรื่องหมู ๆ ยังเป็นหมูบ่ะช่อต่อไป??

คำทำนายจาก “นางสงกรานต์” ปีนี้้นอนหลับตาบนหลังหมู  แต่การเมืองไม่ใช่เรื่องหมู ๆ ยังเป็นหมูบ่ะช่อต่อไป??

คำทำนายจาก "นางสงกรานต์" ปีนี้้นอนหลับตาบนหลังหมู 

แต่การเมืองไม่ใช่เรื่องหมู ๆ ยังเป็นหมูบ่ะช่อต่อไป??

นายจักรยาน

            นางสงกรานต์ประจำปี 2564 นี้ มีนามว่า "รากษสเทวี" ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนูศร เสด็จนอนหลับตา มาเหนือหลังสุกรเป็นพาหนะ

                มีคำนายตามตำราโบราณกาลว่า ปีนี้ จะเกิดอันตรายกลางเมือง จะเกิดเพลิงภัยและโจรผู้ร้าย  ผู้คนจะเจ็บไข้นักแล ฯ

            วันพุธเป็น "วันเนา" ข้าวจะแพง คนทั้งหลายจะได้รับความทุกข์ร้อน  แม่หม้ายจะพลัดที่อยู่

            วันพฤหัสบดีเป็น "วันเถลิงศก" พ่อค้าพานิชย์ทั้งหลาย อันไปค้าขายในประเทศต่าง ๆ จะประกอบไปด้วยพัสดุเงินทอง และมีความสุขเป็นอันมากแลฯ

            ส่วนนางกรานต์ปีนี้ไลยาสน์หลับเนตร พระมหากษัตริย์จะเจริญรุ่งเรืองดี

                นอกจากนี้มีคำทำนายว่า ปีนี้ น้ำมาก  น้ำท่วม  สำหรับธัญญาหาร นั้น  พยากรณ์ว่า ข้าวกล้าในไร่นา จะได้ 1 ส่วน เสีย 10 ส่วน  คนทั้งหลาวยจะตกทุกข์ได้ยาก ลำบากแค้น เพราะกันดารอารหารบ้าง จะฉิบหายเป็นอันมากนักแล ฯ

                ซึ่งคำนายดังกล่าวจะปรากฏขึ้นเป็นจริงหรือไม่  แต่สถานการณ์ของบ้านเมืองที่นี่ประเทศไทยที่เกิดขึ้นในเวลานี้บางเรื่องก็เหมือนกับคำทำนาย??

                โดยเฉพาะการแต่งองค์ทรงเครื่องของนางสงกรานต์ (รากษสเทวี) ปี 2564 นี้ดุมาดเข้มทีเดียว  เพราะมือขวาถือตรีศูล  มือซ้ายถือธนูเตรียมพร้อมเอายิงลูกศร  อาหารประจำก็คือเลือด!!

                แม้ว่า "นางรากษสเทวี" จะนอนหลังตาพริ้มบนหลังหมู  แต่เหตุการณ์ต่าง ๆ ในบ้านเมืองเราก็ไม่ใช่จะเป็นเรื่องหมู ๆ ยังเป็นหมูบ่ะช่อที่ต้องสับ ๆ ให้สับสนตลอเวลา !?!

                ไม่ว่าจะเป็นการเมืองเรื่องยุ่ง ๆ  เศรษฐกิจที่ตกสะเก็ดจาก "ไวร้สล้างโลก" โควิด – 19 ที่ต้องแก้ไขไปพร้อม ๆ กัน 3 รสชาติ  ให้ประเทศไทยเดินหน้าค่อย ๆ ขับเคลื่อนให้เงิน ๆ ทอง ๆ หมุนเวียนไปหยุดชะงัก

                การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติ และหยุดการระบาดของ "โควิด-19" มีส่วนสัมพันธ์ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจค่อย ๆ โงหัวขึ้นได้ในปลายปีนี้ และก็จะสดใสซาบซ่าต้อนรับปีใหม่ 2565!!

                แต่การสัมพันธ์ของ "การเมือง" กับ "เศรษฐกิจ" จะไม่ค่อยไปในทิศทางเดียว  เพราะการเมืองต้องทำให้ยุ่งกันไว้ก่อน แล้วมาแก้ไขทีละเงื่อนไขให้ค่อยเป็นค่อยไป  ทว่าไม่ได้ราบเรียบรื่นไหลไปอย่างสะดวกโยธิน

                โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ณ ขณะนี้ยังเป็นปัญหายุ่ง ๆ อยู่ เพราะพรรคแกนนำรัฐบาล"พลังประชารัฐ"   กับ พรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรคใหญ่  พรรค ปชป. พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา มีความเห็นประเด็นแกไขรัฐธรรมนูญไม่ตรงเหมือนกัน

                พรรคแกนนำรัฐบาลยกเว้นไม่แตะการแก้ไขอำนาจของ ส.ว.  ส่วน 3 พรรคร่วมรัฐบาลมีการแก้ไขอำนาจของ ส.ว.บางส่วน  ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในเรื่อง "การสืบทอดอำนาจ"

                ทางด้านพรรคเล็ก ๆ ที่ร่วมรัฐบาลยังมิได้รวมหัวประชุมที่จะตกลงกันว่าจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในรูปแบบใด และพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ยังไม่มีมติร่วมกันว่าจะแก้ไขรายมาตรา หรือแก้ไขให้มีการยกรางรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ  ทว่าพรรคก้าวไกลได้มีการเสนอความเห็นออกมาแล้วต้องการแก้ไขแบบยกร่างใหม่ทั้งฉบับ โดยให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรม หรือ ส.ส.ร.

                เปิดสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญในเดือนพฤษภาคมนี้   วาระร้อนแรงเรื่องยุ่ง ๆ ของบ้านเมืองอันดับแรกคงหนีไม่พ้นเรื่อง "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ซึ่งที่ประชุมร่วมทั้ง ส.ส. และ ส.ว. จะถกเถึยงดัวยวาทะกรรมเดือดปุ ๆ แน่!!

                ถ้าแกนนำพรรครัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายแหล่ ไม่ประชุมร่วมกันเพื่อมีมติเห็นในแนวทางเดียวกันของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา  รับรองเป็นปัญหายุ่ง ๆ จะติดตามมาที่อาจจะทำให้รัฐบาลเรือเหล็ก "ลุงตู่" สั่นคลอนได้

                สำหรับ "ฝ่ายค้าน" เพียงแต่นั่งบนภูเขาดูพรรคร่วมรัฐบาลทะเลาะกันเองก็อาจมีความสุขใจเป็นยิ่งนัก  และก็สามารถโจมตี "รัฐบาล" ได้สมใจปากว่า  "รัฐบาล" ต้องการสืบทอดอำนาจ และไม่จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นทันก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งหน้าในอีก 2 ปีข้างหน้า

                ณ ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า พรรคร่วมฝายค้าน จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในมาตราไหนบ้าง  แต่ที่แน่ ๆ จะต้องมีการแก้ไขจำกัดอำนาจของ ส.ว.ไม่ให้ร่วมยกมือเห็นขอบใครที่จะมานั่้ง "นายกรัฐมนตรี" คนใหม่

                เรื่องการเสนอให้ยกร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ โดยส.ส.ร. ก็อย่าเพิ่งไปคิดว่า จะไม่มี พรรคฝ่ายค้าน พรรคใดเสนอประเด็นนี้ขึ้นมา  เพื่อให้การเมืองยุ่งเหยิงโยงใยไปเรื่อย ๆ ??

                มีผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ขอแหยมความคิดเห็นผ่านมาว่า ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประขามติ จะกลายเป็นกฎหมายใช้บังคับในเร็ว ๆ วันนี้ก่อนที่จะถึงวาระการแก้ัไขรัฐธรมนูญเจ้าปัญหาปี 2560

                และดังที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความออกมาแล้วว่า  ประชาชนผู้มีอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงต้องถามประชาขนผู้เป็นเจ้าของอำนาจด้วยการทำประชามติ

                เพราะฉะนั้น  เพื่อมิให้มีการถกเถียงกันเสียน้่ำลาย สมควรที่จะให้ประชาชนออกเสียง "ประชมติ" ว่าจะเอายังไงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทีละมาตรา หรือ ยกร่างใหม่หมดจดทั้งฉบับ ดีไหมเอ่ยท่านผู้ชม!!

                เมื่อประชาชนผู้มีอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญมีมติออกมาอย่างไร  ทุกฝ่ายต้องเคารพ "ประชามติ" จากประชาชนเจ้่าของประเทศ  ต้องทำตามนั้น!!

                ทุกพรรคการเมือง และ ส.ส.ทุก ๆคนไม่ว่าพรรคไหนโยกโย้ตีรวน "ประชามติ" ของผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญให้ยืดเยื้อยืดยาวออกไปอีก 

            ก็จะเปลือยสันดานที่ลึกอยู่ในจิตใจของ ส.ส.จำนวนหนึ่ง และพรรคการเมืองส่วนหนึ่งที่ไม่ยอมรับเสียงของประชาชนที่แท้จริงที่เอ่ยอ้าง "ประชาชน" ตลอดเวลานั้น "โกหก"!!

            ฮ่า ฮ่า  โกหกนั้นตายตกนรก นะจ้ะ ท่านผู้ทรงเกียรติ!!

 

You may also like

AI: อดีต ปัจจุบัน อนาคต

AI: อดีต