ผู้นำด้านการค้าโลกมองเชิงบวกต่อปี 2569
ผลสำรวจ DP World ชี้แม้เผชิญอุปสรรคเพิ่มขึ้น
รายงาน Global Trade Observatory Annual Outlook ชี้ 94% คาดว่าการเติบโตของการค้าในปี 2569 จะเทียบเท่าหรือสูงกว่าปี 2568 แม้เผชิญภาษี ต้นทุน และความไม่แน่นอนด้านนโยบาย
ภาพรวมการค้าโลกอาจดูเปราะบาง แต่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง นี่คือข้อค้นพบหลักจากรายงาน Global Trade Observatory (GTO) Annual Outlook Report 2026 ฉบับใหม่ของ DP World ซึ่งระบุว่า 94% ของผู้ตอบแบบสำรวจคาดว่าการเติบโตของการค้าในปี 2569 จะเทียบเท่าหรือสูงกว่าจังหวะของปี 2568 แม้จะมีแรงเสียดทานและความผันผวนเพิ่มขึ้น
ข้อค้นพบนี้มาจากการสำรวจผู้บริหารระดับสูงด้านซัพพลายเชนและโลจิสติกส์จำนวน 3,500 คน จากแปดอุตสาหกรรมใน 19 ประเทศ โดยดำเนินการก่อนการประชุม World Economic Forum Annual Meeting ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โดยรวมแล้ว 54% คาดว่าการเติบโตของการค้าจะเร็วขึ้นกว่าปี 2568 และ 40% คาดว่าจะเท่ากัน ทั้งนี้แม้ว่า 53% จะคาดการณ์ถึงความไม่แน่นอนด้านนโยบายในระดับสูงหรือสูงมาก และ 90% คาดว่ามาตรการกีดกันทางการค้าจะเพิ่มขึ้นหรือคงอยู่ในระดับเดิม มีเพียง 25% เท่านั้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจ ขณะที่ 49% คาดว่าไม่มีผลกระทบ และ 26% มองว่าจะเกิดผลกระทบเชิงบวก
มุมมองจากภาคปฏิบัติการนี้แตกต่างจากการคาดการณ์เชิงมหภาคบางส่วน โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าการเติบโตของการค้าโลก (ตามปริมาณ) อาจชะลอลงเหลือ 2.3% ในปี 2569 จากประมาณ 3.6% ในปี 2568
เมื่อถามถึงภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตทางการค้ามากที่สุดในปี 2569 ผู้บริหารส่วนใหญ่ระบุถึงยุโรป (22%) และจีน (17%) รองลงมาคือเอเชียแปซิฟิก (14%) และอเมริกาเหนือ (13%)
Sultan Ahmed bin Sulayem ประธานกรรมการประจำเครือและซีอีโอของ DP World กล่าวว่า “การค้าโลกกำลังซับซ้อนมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง บทบาทของเราชัดเจน คือทำให้การค้าเดินหน้าต่อไป โดยทำความเข้าใจว่าความเสียดทานอยู่ตรงไหน คาดการณ์ว่ามันจะเกิดขึ้นที่ใดต่อไป และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพ และความร่วมมือที่ช่วยให้ลูกค้าดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้มากขึ้น”
รายงาน GTO Annual Outlook จัดทำร่วมกับ Horizon Group บริษัทด้านการวิเคราะห์เชิงลึกซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คุณ Margareta Drzeniek หุ้นส่วนผู้จัดการของ Horizon Group กล่าวว่า “สิ่งที่เราเห็นคือความเชื่อมั่นที่มาพร้อมแผนรองรับ ผู้บริหารกำลังฝังความยืดหยุ่นในการตั้งรับปรับตัวไว้ในกลยุทธ์ ผ่านการกระจายซัพพลายเออร์ การทบทวนเส้นทาง และการเพิ่มทางเลือก เพราะความผันผวนได้กลายเป็นสภาวะปกติ ผู้ที่ได้เปรียบที่สุดคือผู้ที่สามารถเปลี่ยนแผนความยืดหยุ่นเหล่านี้ให้เป็นผลการดำเนินงานที่วัดผลได้”
สิ่งที่บริษัทต่าง ๆ ทำแตกต่างไปในปี 2569
ผลสำรวจระบุว่าบริษัทต่าง ๆ กำลังตอบสนองต่อความผันผวนด้วยการออกแบบซัพพลายเชนและเส้นทางการค้าใหม่อย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึง
ความยืดหยุ่นในการตั้งรับปรับตัวเป็นกลยุทธ์: การกระจายซัพพลายเออร์ (51%) การเพิ่มระดับสินค้าคงคลัง (44%) และการย้ายไปยังประเทศที่เป็นพันธมิตร (friend-shoring) (36%) เป็นการปรับกลยุทธ์ที่พบบ่อยที่สุดสำหรับปี 2569
ความคล่องตัวของเส้นทางเพิ่มขึ้น: 26% มุ่งหมายที่จะใช้เส้นทางใหม่ และ 23% อยู่ระหว่างการประเมิน ปัจจัยหลักในการตัดสินใจคือการประหยัดต้นทุน (38%) การเชื่อมต่อและโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศที่ดีขึ้น (36%) และขั้นตอนศุลกากร/ระยะเวลาการผ่านพิธีการที่รวดเร็วขึ้น (35%)
แรงเสียดทานทางพรมแดนยังเป็นคอขวดสำคัญ: 60% ระบุว่าการผ่านพิธีการศุลกากรเป็นสาเหตุหลักของความล่าช้าและการหยุดชะงัก ผู้บริหารยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในคลังสินค้าและศูนย์โลจิสติกส์ (39%) โครงข่ายถนน (36%) และโครงสร้างพื้นฐานด้านการผ่านพรมแดน/ศุลกากร (36%)
Global Trade Observatory (GTO) ของ DP World เป็นแพลตฟอร์มด้านข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงลึกที่มุ่งให้ข่าวกรองที่นำไปปฏิบัติได้จริงแก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับแรงขับเคลื่อนที่กำลังเปลี่ยนโฉมการค้าโลก โดยอาศัยงานวิจัย รวมถึงการสำรวจที่พัฒนาขึ้นเองโดยบริษัท กับกลุ่มผู้บริหารด้านซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ 3,500 คน จากแปดอุตสาหกรรม ใน 19 ประเทศ การวิจัยดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน 2568 ร่วมกับ Horizon Group ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

THAI
Social Links