สคบ.ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภคภูมิภาค
ขับเคลื่อนนโยบาย“สันติ โมเดล”
สู่การปฏิบัติจริงทั่วประเทศ
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เดินหน้าปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคสู่มิติใหม่อย่างเป็นทางการ ผ่านกิจกรรม “เสริมสร้างแนวทางการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค” ภายใต้โครงการ “ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับภูมิภาค” จัดขึ้น ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ โดยมี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เป็นประธาน
การประชุมครั้งนี้ถือเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของระบบคุ้มครองผู้บริโภคประเทศด้วยเป้าหมายหลักคือการเสริมความแข็งแกร่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาคและสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค เขต ๑-๙ ที่ปฏิบัติหน้าที่เชื่อมโยงกับ คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัด เพื่อทำงานเชิงรุก สอดรับสถานการณ์ที่ซับซ้อนในยุคดิจิทัล และก้าวทันพฤติกรรมของธุรกิจที่เปลี่ยนรูปแบบเร็วกว่าในอดีต รวมถึง การขับเคลื่อนเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคทั่วประเทศด้วยทิศทางใหม่ที่ “ทันสมัย-ทันเหตุการณ์-เข้มข้นกว่าเดิม”

นายรณรงค์กล่าวว่า ได้มีการพัฒนาการทำงานของ สคบ. ในรูปแบบใหม่ใน 3 ภารกิจ แบบ NEXT LEVEL ดังนี้
- ระบบร้องทุกข์เร็วขึ้น 3 ชั้น รับเรื่อง วิเคราะห์ และแก้ไขแบบไทม์ไลน์ชัดเจน เชื่อมโยงข้อมูลกลับสู่ส่วนกลางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ทุกเคสไม่ตกหล่นและวัดผลได้จริง
- บังคับใช้กฎหมายแบบ Data-Driven ตรวจเข้มทุกสินค้า–บริการ ทั้งฉลาก โฆษณา สัญญาและพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมยกระดับมาตรการเชิงพื้นที่ผ่านฐานข้อมูลดิจิทัลและแผนตรวจร่วมจังหวัด
- สื่อสารสิทธิผู้บริโภคทุกช่องทาง ผลักดันข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มของจังหวัด ผนึกกำลังองค์กรปกครองส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น–เอกชน ทำให้ประชาชนเข้าถึงความรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ภายในงานมีการถ่ายทอดนโยบายสำคัญของ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ สคบ. กลายเป็นหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคที่ “ขยับเร็ว เท่าทัน และมองเห็นผลจริงในพื้นที่” โดยมีคำสั่งเร่งด่วน ได้แก่
– เดินหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ให้เกิดความโปร่งใสเรื่องราคาและค่าบริการ
– เข้มมาตรการตรวจสอบการแสดงราคา–การโฆษณา–เงื่อนไขสัญญา
– ควบคุมสัญญาไม่เป็นธรรมอย่างจริงจัง
– ตั้งทีม ตรวจร่วมระดับจังหวัด เพื่อเร่งปิดช่องโหว่การเอาเปรียบผู้บริโภค

นายรณรงค์ย้ำว่า “นี่ไม่ใช่แค่การประชุม แต่เป็นการ ‘อัปเกรดระบบคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศ’ ให้ตอบโจทย์สังคมยุคดิจิทัล และต้องเห็นผลแบบจับต้องได้ภายในปีหน้า” สคบ. จะนำผลจากการประชุมครั้งนี้ไปใช้วางรากฐานในการพัฒนาศักยภาพคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายที่แข็งแรง ครอบคลุม และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
การยกระดับระบบคุ้มครองผู้บริโภคในครั้งนี้ถูกมองว่า เป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างสังคมที่ประชาชน “ได้รับความเป็นธรรม ปลอดภัย และเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องตามสิทธิ” ตามแนวทางของรัฐบาลยุคใหม่ ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่กระทบประชาชนจริง ไม่ใช่เพียงแนวคิดบนเอกสาร
สคบ. พร้อมเดินหน้าปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง และคาดว่าในปีต่อไป ประชาชนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ สร้างระบบคุ้มครองผู้บริโภคที่ “เข้มแข็ง ว่องไว และทันสมัย” อย่างยั่งยืน
THAI
Social Links