“คมนาคม”เดินหน้า! ที่ปรึกษา รมต.นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ติดตามความคืบหน้าท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3

“คมนาคม”เดินหน้า! ที่ปรึกษา รมต.นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ติดตามความคืบหน้าท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3

“คมนาคม”เดินหน้า!

ที่ปรึกษา รมต.นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่

ติดตามความคืบหน้าท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3

   นายทวีศักดิ์ฯ   ที่ปรึกษารัฐมนตรีคมนาคมลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3  กทท.  หลังจากรัฐบาลเร่งรัดได้การดำเนินเป็นไปด้วยดี ตามเป้า

การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) นําโดยนายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ( ดร.มนพร เจริญศรี) หัวหน้าคณะทํางานติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ได้นําคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือ  แหลมฉบังระยะที่ 3 โดยมี นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อํานวยการ กทท. พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล นักบริหาร 16 ประจําผู้อํานวยการการท่าเรือ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อํานวยการท่าเรือแหลมฉบังคณะผู้บริหาร กทท. และตัวแทนผู้ควบคุมงาน เข้าร่วมรับฟังและแถลงความคืบหน้าติดตามการก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักธุรกิจ 

โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ถือเป็นหนึ่งในโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนที่สําคัญตามแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) มูลค่าโครงการรวมประมาณ 114,000 ล้านบาทแบ่งเป็น กทท. 47% และเอกชน 53% โดยเป็นการพัฒนาและดําเนินการในส่วนของท่าเทียบเรือ F เป็นลําดับแรก ระยะเวลาสัมปทาน 5 ปี เมื่อพัฒนาโครงการแล้วเสร็จจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าจาก11 ล้าน ทีอียูต่อปี เป็น 18 ล้าน ทีอียูต่อปี เพิ่มสัดส่วนสินค้าผ่านท่าทางรถไฟของ ทลฉ. จากร้อยละ 7เป็นร้อยละ 30 เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับรถยนต์จาก 2 ล้านคันต่อปี เป็น 3 ล้านคันต่อปี ช่วยสนับสนุนการลดต้นทุน การขนส่งโดยรวมของประเทศจากร้อยละ 14 ของ GDP เหลือร้อยละ 12 ของ GDP ประหยัดค่าขนส่งประมาณ250,000 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อมุ่งผลักดันท่าเรือแหลมฉบังเป็นประตูสู่การค้าการลงทุนและเสริมยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งทางน้ําของภูมิภาคได้อย่างเต็มศักยภาพ

นายทวีศักดิ์  อนรรฆพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นางมนพร เจริญศรี)  กล่าวว่า  ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาติดตามความคืบหน้าโครงการการก่อสร้างการท่าเรือแหลม ฉบังระยะที่ 3   งานก่อสร้างทางทะเลในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2566) โดยเดือนพฤศจิกายน 2566   ตามแผนการปฏิบัติงานปัจจุบัน 1.90% ต่อเดือน ทําได้ 2.08% ต่อเดือน ส่วนเดือนธันวาคม 2566ตามแผนการปฏิบัติงานปัจจุบัน 1.99% ต่อเดือน ทําได้ 2.00% ต่อเดือน นับเป็นสัญญานที่ดีขึ้นที่การก่อสร้างมีความคืบหน้ามากกว่าแผนงานประจําเดือน สรุปความคืบหน้าของโครงการฯ ณ เดือนธันวาคม 2566

ซึ่งรัฐบาลโดยนายรัฐมนตรีนายเศรษฐา   ทวีสิน  ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมลงมดูและเร่งรัดการทำงานระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย และผู้รับจ้างหรือบริษัทคู่ค้าว่ามีตรงไหนที่ติดขัดและให้เร่งรัดการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางไว้   เพื่อจะได้พัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ตามที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปชักชวนนานาชาติให้มาลงทุนร่วมลงทุนกับประเทศไทย”

ด้านนายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อํานวยการ กทท. กล่าวว่า   กระทรวงคมนาคม โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (ดร.มนพร เจริญศรี) ได้ตั้งคณะทํางานเพื่อเร่งรัดการก่อสร้างโครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 โดยมีนายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นหัวหน้าคณะทํางาน ซึ่งมีการเร่งรัดติดตามการทํางานเป็นรายวัน และรายสัปดาห์ ทําให้การก่อสร้างมีความคืบหน้าเร็วขึ้นเพราะเป็นการเชื่อมโยงการกํากับดูแลในทุกภาคส่วน นอกจากการเร่งรัดการเพิ่มจํานวนเครื่องจักรทางน้ําและบุคลากรแล้ว กทท. ยังได้มีการเร่งรัดให้ผู้รับจ้างนําเรือขุดลอกลําที่เป็นเจ้าของ (Owner) เข้ามาปฏิบัติงานทันที อีกทั้งยังให้ทําการสรุปข้อมูลความคืบหน้ารายวันรายสัปดาห์ และวางแผนปฏิบัติงานรายวัน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน EHIA โดยให้รายงานต่อผู้ควบคุมงานและคณะทํางานติดตามการก่อสร้างของโครงการฯ ซึ่งหากมีปัญหาไม่สามารถดําเนินการได้ตามแผนในแต่ละวันทางผู้รับจ้างมีหน้าที่เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา และแจ้งให้ผู้ควบคุมงานและ กกท. ทราบว่าจะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างไรเพื่อให้การดําเนินงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง กทท. ยังคงเน้นย้ํากําชับติดตามให้กลุ่มกิจการร่วมค้าฯ และผู้ควบคุมงานให้ดําเนินการตามแผนปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดเพื่อให้การทํางานเป็นไปด้วยความสอดคล้องต่อเนื่องเพื่อให้สามารถส่งมอบงานตามแผนที่กําหนด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่อไป

You may also like

TOA ยันไม่ขึ้นราคาสินค้า ไม่ทิ้งกัน หลังเหตุแผ่นดินไหว ผนึกภาคอสังหาฯ ลงพื้นที่ประเมินความเสียหาย

TOA ยันไ