OMODA & JAECOO สุดปลื้ม!
คว้าอันดับ 1 แบรนด์รถไฟฟ้า
โชว์ยอดจดทะเบียนสูงสุดใน 2 เดือนสุดท้ายปี 68
OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม และหนึ่งในแบรนด์ยานยนต์จากประเทศจีนที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้า การออกแบบที่ทันสมัย และการพัฒนานวัตกรรมที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ส่งผลให้แบรนด์ได้รับการยอมรับในฐานะผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ

สำหรับตลาดประเทศไทย OMODA & JAECOO สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่นภายในระยะเวลา เพียง 1 ปีกว่า โดยในงาน Motor Expo มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 แบรนด์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 2 จากการประเมินประสบการณ์ลูกค้าด้านการซื้อรถยนต์ (Customer Purchase Experience) ตามข้อมูลการจัดอันดับจากบริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังสามารถครอง อันดับ 2 ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ที่มียอดจองสูงสุด ภายในงานเดียวกันอีกด้วย ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงกลยุทธ์ทางการตลาดที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ในช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 OMODA & JAECOO ยังสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 จากยอดจดทะเบียนรถไฟฟ้าใหม่ในประเทศไทย ได้สำเร็จ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ในการแข่งขันในตลาดรถไฟฟ้าที่มีอัตราการเติบโตสูง และสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเครือข่ายผู้จำหน่าย ระบบบริการหลังการขาย รวมถึงความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ของ OMODA & JAECOO ในการเดินหน้าพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล พร้อมมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยในระยะยาว

เกี่ยวกับ OMODA & JAECOO
OMODA & JAECOO ผู้พัฒนาแบรนด์รถยนต์ส่วนบุคคล ภายใต้บริษัท CHERY Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งเน้นการพัฒนาพลังงานใหม่ พร้อมนำเสนอยนตรกรรมพลังงานใหม่ทางเลือกที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง BEV, PHEV, HEV และอื่น ๆ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น เติบโตอย่างรวดเร็วใน 33 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก มีผู้ใช้ทั่วโลกเกิน 410,000 คน โดยเริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งแรกในปี 2567
THAI
Social Links