เงินบาทยังอ่อนค่า-หุ้นไทยดีดกลับปลายสัปดาห์

เงินบาทยังอ่อนค่า-หุ้นไทยดีดกลับปลายสัปดาห์

เงินบาทยังอ่อนค่าหุ้นไทยดีดกลับปลายสัปดาห์

                                                     ……………………………………………..

•           เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบประมาณ 1 เดือนครึ่งที่ 33.31 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความวิตกต่อวิกฤตยูเครน

 

•           หุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน แต่แรงขายหนักช่วงต้นสัปดาห์จากสงครามยูเครน-รัสเซีย ทำให้ยังคงปิดต่ำกว่าสัปดาห์ก่อน  

                                                      ………………………………………………

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

                เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.31 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทและสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียอ่อนค่าลงเกือบตลอดสัปดาห์ตามทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกซึ่งเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก หลังจากการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างยูเครนและรัสเซียรอบที่ 4 สิ้นสุดลงโดยปราศจากข้อสรุป ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าที่คาดและยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นได้อีก ซึ่งทำให้มีการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะยังคงต้องเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกยังเพิ่มแรงกดดันต่อฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน     

                ในวันศุกร์ (11 มี.ค.) เงินบาทปิดตลาดที่ 33.27 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (4 มี.ค.) ขณะที่ระหว่างวันที่ 7-11 มี.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 675.96 ล้านบาท แต่ขายสุทธิพันธบัตรไทย 4.15 หมื่นล้านบาท

                สำหรับสัปดาห์นี้(14-18 มี.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.00-33.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงินของ Fed, BOE และ BOJ สถานการณ์ยูเครน-รัสเซีย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก การเริ่มสร้างบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ. ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนมี.ค. นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของยูโรโซนและข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือนก.พ. อาทิ การผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดค้าปลีกด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

                หุ้นไทยปิดต่ำกว่าสัปดาห์ก่อน แม้ฟื้นตัวปลายสัปดาห์ โดยดัชนีหุ้นไทยร่วงลงมากกว่า 50 จุดในช่วงต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ อัตราเงินเฟ้อของไทยที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศที่ยังน่ากังวล อย่างไรก็ดี หุ้นไทยทยอยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อคืนหุ้นบิ๊กแคปของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ หลังจากที่หุ้นไทยร่วงลงแรงก่อนหน้านี้     

                ในวันศุกร์ (11 มี.ค.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,658.01 จุด ลดลง 0.82% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 114,291.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.60% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ร่วงลง 1.97% มาปิดที่ 618.54 จุด    

                สำหรับสัปดาห์นี้ (14-18 มี.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,640 และ 1,630 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,665 และ 1,680 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (15-16 มี.ค.) สถานการณ์โควิด-19 ทิศทางเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมถึงยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ การประชุม BOE และ BOJ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ.ของญี่ปุ่นและยูโรโซน ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.พ. ของจีน อาทิ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร และยอดค้าปลีก

You may also like

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 74 ปี

ศาลเยาวช